<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes"?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><title>Year in Review on yothinix</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/tags/year-in-review/</link><description>Recent content in Year in Review on yothinix</description><generator>Hugo</generator><language>en-us</language><lastBuildDate>Sat, 31 Dec 2022 10:14:16 +0700</lastBuildDate><atom:link href="https://yothinix-com.pages.dev/tags/year-in-review/index.xml" rel="self" type="application/rss+xml"/><item><title>2022</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/2022/</link><pubDate>Sat, 31 Dec 2022 10:14:16 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/2022/</guid><description>&lt;p&gt;ผมคิดมาหลายวันละ ว่าถ้าปีแรกของอายุขึ้นต้นด้วยเลข 3 นี่ผมไม่ได้เขียน Year In Review ผมคงจะเสียใจมาก เพราะมันมีเรื่องราว เยอะจัดๆ แล้วหนักด้วย ถึงแม้ตอนนี้จะผ่านมาได้เกือบหมดละ แต่พอมองย้อนไปนี่มันไม่ง่ายเลย&lt;/p&gt;
&lt;h2 id="-dad--dept"&gt;👨‍🦳💰 Dad &amp;amp; Dept&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เรื่องแรกที่ใหญ่ที่สุดปีนี้เลยคือพ่อป่วยติดเชื้อที่ขาตอนช่วงต้นปี ทั้งๆ ที่เป็นคนออกกำลังกายทุกวัน หนักจนถึงระดับที่ว่าตอนหนักๆ นี่ไม่พูดไม่จาเลย แล้วยังจำได้แม่นว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่โควิดระบาดหนักสุดในปีนี้ ทำให้ช่วงสัปดาห์แรกที่พ่อป่วยไม่ได้เจอหน้าเลย แม่ก็ไปเจอหน้าไม่ได้เพราะโรงพยาบาลปิดวอร์ดหมด เป็นสาม สี่วันที่ระทึกมากตอนนั้นเพราะกลัวทั้งอาการที่พ่อป่วย กลัวโควิดมาแทรกซ้อนอีก แต่พ่อก็เอาตัวรอดมาได้พร้อมกับเรื่องเล่าความหิวน้ำที่ยังเล่าจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังไม่จบเพราะต้องพักฟื้นอีกเกือบๆ เดือนนึง ถึงได้กลับบ้าน ซึ่งตอนนี้ก็กลับมาพูดเสียงดังปกติ พร้อมกับน้ำหนักที่ลดไปจากจุดสูงสุดไปเกือบ 15 กิโล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="https://yothinix-com.pages.dev/2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_67a9ba2a11d474e6.webp"
srcset="https://yothinix-com.pages.dev/2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_71a49e5a6ddff751.webp 480w, https://yothinix-com.pages.dev/2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_609f9e2c45359a9e.webp 960w, https://yothinix-com.pages.dev/2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_67a9ba2a11d474e6.webp 1440w"
sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
width="1440" height="630"
alt=""
loading="lazy" decoding="async"&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่พ่อป่วย ตอนนั้นเลยได้รู้ความจริงอีกอย่างว่าที่บ้านที่หนี้สินอยู่จำนวนนึง อาจจะไม่ได้เยอะมากถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ก็ไม่สามารถจ่ายให้หมดได้ภายในวันเดียว ซึ่งพอพ่อป่วยระบบที่พ่อคอยดูแลหนี้ตัวนี้มันรวนหมดเลย เพราะพ่อไปจ่ายเองไม่ได้ เลยทำให้ที่บ้านต้องช่วยกันจัดการกัน หลังจากตั้งสติได้แล้วก็คือต้องงัดทุกความรู้กับประสบการณ์ในการจัดการหนี้ตัวเองมาก่อนหน้านี้มาใช้ทั้งหมด จนได้แผนที่ตอนแรกถูก Projection ไว้ว่าหนี้ตัวนี้เนี่ย น่าจะหมดกลางๆ ปี 2025 แต่ Inspect &amp;amp; Adapt แผนมาเรื่อยๆ จนบอกได้เต็มปากเลยว่าหนี้ 95% ถูกจัดการหมดแล้วในปี 2022 นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอเล่าเรื่องหนี้ต่ออีกนิดนึงละกัน คือจริงๆ มันไม่ยากแต่เราต้อง Proactive กับมันแทนที่จะ Reactive ตอนบิลแจ้งหนี้มันมาถึงบ้านแล้วตลอดปีที่ผ่านมา Principle หลักๆ ที่ใช้ตอนจัดการจะมีอยู่ 3 อย่างเลยคือ cash flow ถ้าไม่มี cash flow เอาไปจ่ายหนี้อย่างเดียวจนหมดไม่มีตังค์กินข้าวทำอย่างอื่น เราจะไม่มีแรงไปทำงานหาเงินต่อเลย อันนี้คืออย่างแรก อย่างที่สองคือ Visualize คือตอนแรกที่เรารู้ว่ามีเรื่องหนี้นี้ไม่มีใครเห็นภาพเลยว่ามันมากแค่ไหน แล้วมาจากตรงไหนบ้าง พอเรา Projection ออกมาได้มันเลยทำให้วางแผนได้ง่ายขึ้นมากว่าจะจัดการยังไง อย่างสุดท้ายพูดไปข้างบนแล้วคือ Inspect &amp;amp; Adapt ทุกๆ 2-3 เดือนในปีนี้ผมกลับมารีวิวแผนที่วางไว้ แล้วแทบจะปรับใหม่ทุกครั้ง หลังเราเข้าใจธรรมชาติของหนี้หลายๆ อย่างมากขึ้นเลยทำให้ค่อยๆ ร่นเวลาเข้ามาได้จนหมดไปส่วนใหญ่ในปีนี้&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดมาหลายวันละ ว่าถ้าปีแรกของอายุขึ้นต้นด้วยเลข 3 นี่ผมไม่ได้เขียน Year In Review ผมคงจะเสียใจมาก เพราะมันมีเรื่องราว เยอะจัดๆ แล้วหนักด้วย ถึงแม้ตอนนี้จะผ่านมาได้เกือบหมดละ แต่พอมองย้อนไปนี่มันไม่ง่ายเลย</p>
<h2 id="-dad--dept">👨‍🦳💰 Dad &amp; Dept</h2>
<p>เรื่องแรกที่ใหญ่ที่สุดปีนี้เลยคือพ่อป่วยติดเชื้อที่ขาตอนช่วงต้นปี ทั้งๆ ที่เป็นคนออกกำลังกายทุกวัน หนักจนถึงระดับที่ว่าตอนหนักๆ นี่ไม่พูดไม่จาเลย แล้วยังจำได้แม่นว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่โควิดระบาดหนักสุดในปีนี้ ทำให้ช่วงสัปดาห์แรกที่พ่อป่วยไม่ได้เจอหน้าเลย แม่ก็ไปเจอหน้าไม่ได้เพราะโรงพยาบาลปิดวอร์ดหมด เป็นสาม สี่วันที่ระทึกมากตอนนั้นเพราะกลัวทั้งอาการที่พ่อป่วย กลัวโควิดมาแทรกซ้อนอีก แต่พ่อก็เอาตัวรอดมาได้พร้อมกับเรื่องเล่าความหิวน้ำที่ยังเล่าจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังไม่จบเพราะต้องพักฟื้นอีกเกือบๆ เดือนนึง ถึงได้กลับบ้าน ซึ่งตอนนี้ก็กลับมาพูดเสียงดังปกติ พร้อมกับน้ำหนักที่ลดไปจากจุดสูงสุดไปเกือบ 15 กิโล</p>
<p><img src="/2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_67a9ba2a11d474e6.webp"
       srcset="/2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_71a49e5a6ddff751.webp 480w, /2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_609f9e2c45359a9e.webp 960w, /2022/Screenshot-2565-12-31-at-09.58.04_hu_67a9ba2a11d474e6.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="630"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<p>ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่พ่อป่วย ตอนนั้นเลยได้รู้ความจริงอีกอย่างว่าที่บ้านที่หนี้สินอยู่จำนวนนึง อาจจะไม่ได้เยอะมากถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ก็ไม่สามารถจ่ายให้หมดได้ภายในวันเดียว ซึ่งพอพ่อป่วยระบบที่พ่อคอยดูแลหนี้ตัวนี้มันรวนหมดเลย เพราะพ่อไปจ่ายเองไม่ได้ เลยทำให้ที่บ้านต้องช่วยกันจัดการกัน หลังจากตั้งสติได้แล้วก็คือต้องงัดทุกความรู้กับประสบการณ์ในการจัดการหนี้ตัวเองมาก่อนหน้านี้มาใช้ทั้งหมด จนได้แผนที่ตอนแรกถูก Projection ไว้ว่าหนี้ตัวนี้เนี่ย น่าจะหมดกลางๆ ปี 2025 แต่ Inspect &amp; Adapt แผนมาเรื่อยๆ จนบอกได้เต็มปากเลยว่าหนี้ 95% ถูกจัดการหมดแล้วในปี 2022 นี้</p>
<p>ขอเล่าเรื่องหนี้ต่ออีกนิดนึงละกัน คือจริงๆ มันไม่ยากแต่เราต้อง Proactive กับมันแทนที่จะ Reactive ตอนบิลแจ้งหนี้มันมาถึงบ้านแล้วตลอดปีที่ผ่านมา Principle หลักๆ ที่ใช้ตอนจัดการจะมีอยู่ 3 อย่างเลยคือ cash flow ถ้าไม่มี cash flow เอาไปจ่ายหนี้อย่างเดียวจนหมดไม่มีตังค์กินข้าวทำอย่างอื่น เราจะไม่มีแรงไปทำงานหาเงินต่อเลย อันนี้คืออย่างแรก อย่างที่สองคือ Visualize คือตอนแรกที่เรารู้ว่ามีเรื่องหนี้นี้ไม่มีใครเห็นภาพเลยว่ามันมากแค่ไหน แล้วมาจากตรงไหนบ้าง พอเรา Projection ออกมาได้มันเลยทำให้วางแผนได้ง่ายขึ้นมากว่าจะจัดการยังไง อย่างสุดท้ายพูดไปข้างบนแล้วคือ Inspect &amp; Adapt ทุกๆ 2-3 เดือนในปีนี้ผมกลับมารีวิวแผนที่วางไว้ แล้วแทบจะปรับใหม่ทุกครั้ง หลังเราเข้าใจธรรมชาติของหนี้หลายๆ อย่างมากขึ้นเลยทำให้ค่อยๆ ร่นเวลาเข้ามาได้จนหมดไปส่วนใหญ่ในปีนี้</p>
<h2 id="-lost--found">👨‍💻 Lost &amp; Found</h2>
<p>ช่วงต้นปีนี่ยังมีความหลงทางอยู่ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ รู้แค่ว่าทำ Backend อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ละ เลยพยายามหาลู่ทางออกนอกประเทศ พร้อมๆ กับเรียน Java Bootcamp ที่สุดท้ายเรียนไม่จบเพราะมีเรื่องข้างบนเข้ามาพอดี ในช่วงที่ in the void พอดีนี้ก็มีคุณภูมิใจนี่แหละทักมา เลยจับพลัดจับพลูได้มาทำงานอยู่ที่ปัจจุบัน</p>
<p>ในช่วงเวลาตอนต้นปีถึงกลางปีนั้นมีความทรงจำดีๆ หลายเรื่องอยู่หลังจากผ่านวิกฤติพ่อที่เล่าข้างบนมาได้ ไม่ว่าจะเป็น <a href="/how-to-resign/">How to ลาออก ยังไงไม่ให้บ้านบึ้ม</a>หรือ<a href="/first-three-month-as-data-eng/">👷📚 เล่าให้ฟัง: ย้ายสายจาก Software Engineer มาเป็น Data Engineer สามเดือนแรก</a>หรือหลังจากนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้เขียนเล่าออกมาเป็นบล็อกเท่าไร แต่บอกได้เลยว่างานที่ทำอยู่นี่มีอะไรให้ทำอีกเยอะมาก แล้วทุกวันที่ทำงานยังรู้สึกว่าเป็น A whole new world อยู่เพราะโลกหมุนไปเร็วเหลือเกิน แต่ถ้าจะมีอะไรที่อยากพูดถึงเรื่องงานมี 3 เรื่อง</p>
<p><img src="/2022/321628080_3364396500466068_2542645260766167333_n_hu_a6358be68e133f3.webp"
       srcset="/2022/321628080_3364396500466068_2542645260766167333_n_hu_28e345747231e176.webp 480w, /2022/321628080_3364396500466068_2542645260766167333_n_hu_a6358be68e133f3.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="719"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ขอบคุณภาพจากคุณ Teera ด้วยคับ</em></p>
<p>อย่างแรกคือ Dagster รู้สึกโชคดีอย่างนึงที่เข้ามาใช้งานจริงๆ ในจังหวะที่ Dagster กำลัง move แบบก้าวกระโดดมากๆ พอดี เลยได้เห็นจังหวะกำลังเปลี่ยนจากโลกเดิมจาก solid, pipeline ไปเป็น ops, jobs เรื่อยมาจนถึงยุค Software-defined Assets ที่ได้มีโอกาสไปแชร์เรื่องนี้ที่งาน <a href="https://www.facebook.com/grillthedata/videos/5647912141943322">Grill The Data</a> กับใน Internal Engineering Training ด้วย</p>
<p>อย่างที่สองคือไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะทำงานบน Jupyter Notebook ได้และชอบด้วย ก่อนจะมาทำงานที่นี่ถึงแม้จะมีโอกาสได้ใช้บ้าง แต่ก็ยังเชื่อว่าเขียนเป็น Python file ง่ายกว่าเป็น comfort zone กว่า จนเริ่มมาอยู่กับ Notebook จริงๆ จังๆ ช่วงครึ่งปีหลังเลยได้รู้จักมันมากขึ้นว่า มันไม่ใช่แค่เขียนโค้ดได้ แต่มันเอาไว้ experiment, share knowledge, ทำเป็น artifact ฯลฯ คือมันทำอะไรได้เยอะมากๆ คล้ายๆ กับตอนใช้ emacs org mode แต่เข้าถึงง่ายกว่ามาก</p>
<p>อย่างที่สามคือโลก SQL เป็นอะไรที่ลึกล้ำมากและเปิดโลกมากๆ ตลอดปีที่ผ่านมาทำให้รู้เลยว่าตอนเขียน application วิธีที่ใช้ SQL อยู่คือน้อยกว่าคนทำงานทาง Data มากๆ แต่ก็รู้สึกหลายอย่างเหมือนกันว่า Practices จากฝั่งการทำ application ก็ไหลๆ มาหางานทาง Data ในแนวเดียวกันเหมือนกัน สังเกตุจากสิ่งที่ dbt ทำหรือ tooling ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในโลก SQL แต่ถึง SQL จะ unified ขนาดไหนความรู้ในการ tuning database ที่สะสมกันมาเป็นสิบๆ ปีก็ยังใช้ได้เสมอ ทั้งการ optimize query plan, การทำ indexing ฯลฯ ของพวกนี้รู้ไว้ยังหากินได้อีกยาวไกลครับ</p>
<h2 id="--f-a-m-i-l-y">🏡 🚙 F A M I L Y</h2>
<p>เอาจริงๆ ถ้าไม่มีกะตั๊กนี่จินตนาการไม่ออกเลยว่าชีวิตจะเป็นยังไง ตั้งแต่ที่ต้องกลับมาคอยดูแลพ่อกับแม่ตอนต้นปี ก็มีกะตั๊กบินกลับมาอยู่บุรีรัมย์ด้วย เลยได้ลองใช้ชีวิตอยู่บ้านแทนคอนโดที่อยู่มาหลายปี เลยเริ่มเข้าใจว่าชีวิตแบบนี้มันก็สบายอีกแบบนะ</p>
<p>แล้วภาพแบบนี้ก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสัญญาคอนโดใกล้จะหมด แล้วคุยไปเหมือนจะต่อสั้นๆ ไม่ได้เลยได้ตระเวนหาบ้านเช่าในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนตุลาคม ซึ่งจริงๆ เรื่องเล่าตอนหาบ้านกับคุณกะตั๊กนี่บอกได้เลยว่ามันจัดๆ ทั้งไปเจอบ้านที่ติดยัน ทิ้งใบปริญญาไว้แบบหลอนๆ หรือบ้านที่เราเลือก แต่เจ้าของบ้านไม่เลือกเรา ฯลฯ แล้วก็มีคุณธอร์นี่แหละ ที่ได้ฟังเรื่องนี้แบบเต็มๆ จนชาบูเนื้อร้านลับที่เชียงใหม่ของคุณธอร์อร่อยขึ้นอีกเป็นกอง</p>
<p><img src="/2022/314337320_10229421424938411_1103054255673332376_n_hu_256df7aee983e01b.webp"
       srcset="/2022/314337320_10229421424938411_1103054255673332376_n_hu_21e7a684519860cb.webp 480w, /2022/314337320_10229421424938411_1103054255673332376_n_hu_e278ad1ca42732e2.webp 960w, /2022/314337320_10229421424938411_1103054255673332376_n_hu_256df7aee983e01b.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1080"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>That small home office we build from the ground up</em></p>
<p>ซึ่งสุดท้ายแล้วเดือนพฤศจิกายนก็เลยได้บอกลาการเป็นชาวเมือง มาเป็นชาวชานเมืองอยู่บ้าน ทำอาหารกินเองเต็มตัว แล้วทำให้ค้นพบว่าทุกๆ อย่างดูกว้างขวางขึ้นแล้วก็เงียบขึ้นแบบรู้สึกได้ อีกอย่างนึงที่ได้มาจากการออกมาอยู่บ้านแทนคอนโด คือการได้ทำห้องทำงานเองนี่แหละ ซึ่งสนุกนะแล้วมันเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตไปเลย เพราะการไปทำงานคือการไปเข้าห้องทำงานจริงๆ แยกออกมาจากการใช้ชีวิตในบ้านส่วนอื่นๆ ทำให้เวลาพักผ่อนมัน fully charge กว่าสมัยก่อนมาก</p>
<p>แต่การอยู่นอกเมืองก็มี cost ที่ต้องแลกมาคือต้องมีรถ ช่วงแรกๆ ที่อยู่นี่ ลำบากสัสๆ เรียก Grab ไม่ได้เลยจะมีแต่ LINE Man Taxi นี่แหละที่พอเรียกติดบ้าง แล้วการแค่ไปตลาดห่างจากบ้านไปแค่ 3km ที่อาจจะแวบไปแปปเดียว แต่ใช้เวลาตั้งครึ่ง ชม. เพราะกว่า Taxi จะผ่านมาซักคันนี่รอจนเมื่อย ซึ่งสุดท้ายแล้วมันทนไม่ไหวแล้วต้องใช้รถจริงๆ เลยไม่รอละ Civic FE ที่จองไว้แบบไม่รู้อนาคต เลยกระโดดไปหา Toyota Corolla Cross GR Sport ได้เป็นรถแฝดกับรถพี่เหน่งเฉย พร้อมกับความสามารถในการโม้ได้ว่าเลขตัวถังรถเราสวยมาก ฮ่าๆ</p>
<p><img src="/2022/322728644_679626630279084_4825612831561132799_n_hu_4125bdca7e7a06c2.webp"
       srcset="/2022/322728644_679626630279084_4825612831561132799_n_hu_75352d1419ce9993.webp 480w, /2022/322728644_679626630279084_4825612831561132799_n_hu_26a2ad0517ee1a10.webp 960w, /2022/322728644_679626630279084_4825612831561132799_n_hu_4125bdca7e7a06c2.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1080"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>น้องแพนแพน</em></p>
<p>ปล.จริงๆ ปีนี้ติดโควิดด้วย จริงๆ เข้าโรงพยาบาลก็บ่อยนะ แต่โควิดนี่คือโหดมาก หนาวสั่นไปหลายวัน เจ็บคอไปหลายวันกว่าจะหาย แต่กะตั๊กก็ยังแข็งแกร่งอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ก็ยังไม่ติดจนถึงทุกวันนี้</p>
<p><img src="/2022/292827924_10228607349547035_445748921212668546_n_hu_292401ed7dc57b49.webp"
       srcset="/2022/292827924_10228607349547035_445748921212668546_n_hu_aeb1fc9d97bdecb3.webp 480w, /2022/292827924_10228607349547035_445748921212668546_n_hu_e4f1e17ea215e509.webp 960w, /2022/292827924_10228607349547035_445748921212668546_n_hu_292401ed7dc57b49.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1080"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>บันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราเคยสองขีด</em></p>
]]></content:encoded></item><item><title>2020 - 2021</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/2020-2021/</link><pubDate>Fri, 31 Dec 2021 13:14:00 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/2020-2021/</guid><description>&lt;p&gt;Year In Review นี่เขียนครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี &lt;a href="https://yothinix.blogspot.com/2020/01/2019.html"&gt;2019&lt;/a&gt; เลย ปีที่แล้วตั้งท่าว่าจะเขียนสุดท้ายก็ไม่ได้เขียน ปีนี้เลยขอเอาใหม่ เหมารวบ 2 ปีเลยละกัน&lt;/p&gt;
&lt;h2 id="-live--learn"&gt;&lt;strong&gt;📚 Live &amp;amp; Learn&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;มันมีช่วงเวลาที่เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า &lt;em&gt;เราอยากจะทำอะไรกันแน่&lt;/em&gt; แล้วมันก็ตอบไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่ช่วยให้ตอบคำถามนี้ได้เร็วขึ้นคือการต้องเปลี่ยนงานแบบกระทันหันตอนช่วงต้นปี 2020 เลยทำให้ทุกๆ อย่างที่เคยคิดไว้ต้องเปลี่ยนไปหมดเลย แล้วเริ่มนับ 1 ใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงปี 2020 แทบจะทั้งปี เป็นช่วงที่ตั้งคำถามเรื่องนี้กับตัวเองจริงจังมากๆ เพราะพอมันต้องมาอยู่ใน environment ใหม่อะไรที่เคยคิดว่าทำแล้วเวิร์คมันไม่เวิร์ค โลกบางครั้งก็ไม่ได้หมุนในจังหวะที่เราคุ้นเคย เป็นปีที่ต่อสู้กับ Self-esteem ตัวเองหนักมาก เรียกได้ว่าพังทลายเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จำได้ว่าช่วงปลายๆ ปี 2020 เป็นช่วงที่ฟื้นกลับมาละ แล้วกำลังตามหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจนได้ไปเรียน &lt;a href="https://yothinix-com.pages.dev/mathematics-for-working-programmers"&gt;Math for Working Programmer&lt;/a&gt; เลยได้กลับมาสนใจ Foundation ของการโปรแกรมหลายๆ อย่างที่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอยู่รอดมาได้หลายปีโดยไม่ได้ศึกษา และมันถึงเวลาที่ต้องศึกษาแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นย้ายที่ทำงานอีกรอบพอดี เลยได้ทดลองอะไรใหม่ๆ หลายอย่างเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พอจิตใจตัวเองกลับมาดีแล้วอะไรๆ มันก็กลับมาดีตาม มีพลังทั้งไปเรียนเยอะมาก (How to Design Program, NAND2Tetris, Programming Languages Part A, Certified ScrumMaster) และไปสอนก็เยอะมากเช่นกัน แล้วมันทำให้ภาพที่ตัวเองตามหาว่าอยากทำอะไรมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ตอบได้เต็มปากว่าเรื่องที่สนใจคือ Programming Language (PL) และยังตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่เจอ paradigm ใหม่ๆ ในหลายๆ ภาษาครับ&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<p>Year In Review นี่เขียนครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี <a href="https://yothinix.blogspot.com/2020/01/2019.html">2019</a> เลย ปีที่แล้วตั้งท่าว่าจะเขียนสุดท้ายก็ไม่ได้เขียน ปีนี้เลยขอเอาใหม่ เหมารวบ 2 ปีเลยละกัน</p>
<h2 id="-live--learn"><strong>📚 Live &amp; Learn</strong></h2>
<p>มันมีช่วงเวลาที่เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า <em>เราอยากจะทำอะไรกันแน่</em> แล้วมันก็ตอบไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่ช่วยให้ตอบคำถามนี้ได้เร็วขึ้นคือการต้องเปลี่ยนงานแบบกระทันหันตอนช่วงต้นปี 2020 เลยทำให้ทุกๆ อย่างที่เคยคิดไว้ต้องเปลี่ยนไปหมดเลย แล้วเริ่มนับ 1 ใหม่</p>
<p>ช่วงปี 2020 แทบจะทั้งปี เป็นช่วงที่ตั้งคำถามเรื่องนี้กับตัวเองจริงจังมากๆ เพราะพอมันต้องมาอยู่ใน environment ใหม่อะไรที่เคยคิดว่าทำแล้วเวิร์คมันไม่เวิร์ค โลกบางครั้งก็ไม่ได้หมุนในจังหวะที่เราคุ้นเคย เป็นปีที่ต่อสู้กับ Self-esteem ตัวเองหนักมาก เรียกได้ว่าพังทลายเลย</p>
<p>จำได้ว่าช่วงปลายๆ ปี 2020 เป็นช่วงที่ฟื้นกลับมาละ แล้วกำลังตามหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจนได้ไปเรียน <a href="/mathematics-for-working-programmers">Math for Working Programmer</a> เลยได้กลับมาสนใจ Foundation ของการโปรแกรมหลายๆ อย่างที่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอยู่รอดมาได้หลายปีโดยไม่ได้ศึกษา และมันถึงเวลาที่ต้องศึกษาแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นย้ายที่ทำงานอีกรอบพอดี เลยได้ทดลองอะไรใหม่ๆ หลายอย่างเลย</p>
<p>พอจิตใจตัวเองกลับมาดีแล้วอะไรๆ มันก็กลับมาดีตาม มีพลังทั้งไปเรียนเยอะมาก (How to Design Program, NAND2Tetris, Programming Languages Part A, Certified ScrumMaster) และไปสอนก็เยอะมากเช่นกัน แล้วมันทำให้ภาพที่ตัวเองตามหาว่าอยากทำอะไรมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ตอบได้เต็มปากว่าเรื่องที่สนใจคือ Programming Language (PL) และยังตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่เจอ paradigm ใหม่ๆ ในหลายๆ ภาษาครับ</p>
<h2 id="-refactoring-club"><strong>👨‍👩‍👧‍👦 Refactoring Club</strong></h2>
<p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวเอง Shift ความสนใจจาก Software Engineering มา PL ส่วนหนึ่งเพราะ ความล้มเหลวจากการทำ <a href="/refactoring-club">Refactoring Club</a> รอบนี้ด้วย ซึ่งมันเริ่มด้วยความตั้งใจมากๆ ในช่วงที่มีพลังสูงมาก แต่หลังจากที่ทำไปได้ 4 session ในช่วง 2 เดือนก็ยอมรับตามตรงเลยว่าหมดพลังเพราะงานอื่นๆ ที่ถาโถมเข้ามา</p>
<p>ซึ่งผมเสียใจมากไปพักนึงเลย ที่ไม่สามารถทำให้มันไปได้จนถึง 10 session อย่างที่ตั้งใจไว้ มันมีหลายครั้งตลอดปี 2021 ที่ผมก็คิดว่า อยากจะกลับไปพูดคุยกับคนใน Club แต่ก็ไม่กล้ามาจนถึงวันนี้ แต่ถึงจะเสียใจแค่ไหน สำหรับ Software Engineering ผมยังหาโอกาสจะไปถ่ายทอดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งโชคดีมากที่พี่ทอยชวนไปสอนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเลยได้ปล่อยของออกไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงกับที่ตั้งใจไว้กับ Refactoring Club</p>
<h2 id="-java-and-it-enterprise"><strong>👨‍💼 Java and IT Enterprise</strong></h2>
<p>ผมเขียน Python มาตลอดชีวิต มีโอกาสต้องไปทำหน้าบ้านบ้างตามหน้าที่ แต่หลักๆ ก็โฟกัสอยู่กับหลังบ้านกับ Python นั่นทำให้ Python เป็น safe-zone ผมมาตลอดหลายปี จนกระทั่ง 2020 ต้องเปลี่ยนงานกระทันหัน แล้วจับพลัดจับพลูมาเขียน Java ซึ่งไม่เคยเขียนเลยตั้งแต่เรียนปี 2 ในมหาลัย ซึ่งถ้ามามองย้อนกลับไปในช่วงพยายามปรับตัวกับ Idiom กับ Semantics ของ Java นี่ก็ทำให้ได้รู้อะไรหลายอย่างเลย ที่ควรทำและไม่ควรทำ และเข้าใจวิธีคิดอีกโลกด้วย <strong>แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่โลกนี้ไปตลอดนะ</strong></p>
<p>อีกสิ่งคือ ผมทำงานในบริษัทไม่ใหญ่มากมาตลอด และด้วยความที่ทีมมันเล็ก ทำให้พอย้ายงานมาอยู่ใน Enterprise เลยค้นพบว่า Autonomy ของเรามันลดลงมากๆ มากจนหลายๆ ครั้งอึดอัด จนต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองว่า เรามาทำอะไรที่นี่นะ เลยเป็นที่มาของเรื่อง Self esteem ข้างบนนั่นแหละ</p>
<p>สุดท้ายแล้ว ถ้าจะมีอะไรที่เป็นเหตุผลให้ไปทำงานในทุกๆ วันนอกจากจะไปสู้รบปรบมือกับโค้ดชาวบ้านที่สามารถแคปมาวิพากษ์วิจารณ์ได้ไม่เว้นแต่ละวัน ผมว่าผมโชคดีที่ผมมีทีมที่ยังทำงานด้วยสนุกอยู่ และยังได้ทำงานกับคนที่เก่งหลายๆ คนที่ยังได้ให้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่บ้าง</p>
<h2 id="-finding-peace"><strong>🏖 Finding Peace</strong></h2>
<p>ช่วง 2 ปี 2020-2021 นี่เป็นช่วงเวลาที่ผมมีปัญหากับการตามหาความสงบมากๆ ส่วนหนึ่งเพราะการต้องออกจาก Safe-zone แล้วไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทำให้หลายๆ ครั้งอยากจะถอยออกมาตั้งหลัก หายใจลึกๆ ก่อนที่จะเดินต่อ ในโลกที่แม่งหมุนเร็วชิปหาย</p>
<p>แต่มันตลกตรงที่ว่า ในช่วงเวลาที่ผมแทบจะทนไม่ไหวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มันจะมีเหตุการณ์ให้ผมต้องหลุดออกมาจากตรงนั้นออกมาหายใจ โดยที่ผมไม่ได้เลือกเองทุกครั้ง เช่นในปี 2020 ผมมีเหตุให้ต้องไปใช้ชีวิตอยู่บ้านเกิดแฟนที่อรัญประเทศอาทิตย์นึงเต็มๆ แล้วเว้นไปหนึ่งอาทิตย์ก็มีเหตุให้ต้องกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านตัวเองที่บุรีรัมย์ ช่วงเวลานั้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่เรียนมหาลัยเลยที่มีความคิดว่า กลับไปอยู่บ้านมันก็ดีเหมือนกันนะ Pace มันวิ่งช้ากว่าเยอะมากเลย</p>
<p>อีกครั้งนึงก็ปีนี้ซึ่งผมหมกมุ่นกับคอนเซปของการปิดเทอมมากๆ (หนังสือหลายๆ เล่มจะชอบพูดว่า Mini-retirement) ซึ่งประกอบกับปีนี้มันรู้แล้วว่ามีเรื่องอยากจะไปเรียน อยากจะไปอ่านหนังสือและหลายคอร์สที่เรียนไม่ไหว เพราะต้องทำงานไปด้วย เลยอยากจะออกไปนั่งเรียนมันยาวๆ ให้รู้แล้วรู้รอด ให้ Enlightenment มันเกิด แต่ปีนี้ก็โดนซัดด้วยต่อมน้ำเหลืองอักเสบจนเข้าโรงพยาบาล แล้วต้องพักยาวๆ ไปสองอาทิตย์ติดกัน</p>
<h2 id="-time--money"><strong>⏰ Time &gt; Money</strong></h2>
<p>ต่อจากเรื่องข้างบนคือ พอเราอยากจะหาความสงบ มันก็กลายๆ ว่ามันต้องการหาเวลา ให้มากขึ้น ทำให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเลือกที่จะไม่รับงานนอกอะไรเพิ่มอีกเลย แต่ต้องบอกว่าจะไม่มาถึงจุดนี้เลย ถ้าทั้งงานหลักและงานเสริมที่ดูแลค้างมาอยู่ไม่ support ให้อยู่ได้โดยไม่ต้องขวนขวายหาเงินมากไปกว่านี้</p>
<p>ซึ่งที่พยายามหลักๆ คือพยายามเลิกงานให้ตรงเวลา หาเวลามาดูท้องฟ้าตอนเย็นๆ ห้าโมงหกโมง ครั้งสุดท้ายที่ผมเคยโหยหา Moment แบบนี้คือตอนย้ายจากทำงานเลิกสี่ทุ่มมาเลิกเวลาเหมือนชาวบ้าน ซึ่งผมบอกได้เลยว่า ช่วงเวลาที่ได้ดูท้องฟ้ามันมืดลงแต่ละวันนี่มันดีต่อใจมากเหลือเกิน และมันช่วยชาร์จพลังเราในแต่ละวันให้พร้อมสำหรับวันต่อไปมากๆ</p>
<p>ส่วนเรื่องเงินปี 2020 อาจจะมีหนี้อยู่บ้างเพราะต้องหา Mac มาใช้เองไม่ได้ใช้ของบริษัทอีกต่อไป แต่พอปี 2021 พอปลดล็อกแล้วก็ไม่เหลือหนี้ระยะยาวเลย และไม่มีแผนจะสร้างเร็วๆ นี้ด้วยเพราะยังอยากคล่องตัวอยู่ แต่ถึงแม้จะไม่มีทรัพย์สินติดตัวเป็นชิ้นเป็นอัน แต่มีทรัพย์สินเป็นตัวเลขกระจายไปใน ETF, MF, SET, Crypto ฯลฯ บ้างให้มันไม่ขี้เกียจเกินไป</p>
<h2 id="-gatuk"><strong>🐤 Gatuk</strong></h2>
<p>อยากจะพูดถึงกะตั๊กหน่อย เพราะว่าปี 2020 - 2021 มันไม่ใช่ช่วงที่ง่ายเลย มันมีหลายช่วงที่หนักจนรับไม่ไหว มันมีหลายช่วงที่ใกล้จะบ้าแล้ว หรือหลายความคิดก็สุดโต่งเกินไป ถ้าไม่ได้มีกะตั๊กคอยเตือนสติไว้ ตอนนี้ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเป็นไงบ้าง</p>
<p>กะตั๊กไม่ใช่ว่าจะเออ ออทุกเรื่องด้วยนะ เป็นคนที่มีความคิดของตัวเองและโตมาในโลกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงก่อนจะมาเจอกัน ทำให้การได้เห็นโลกในมุมมองของกะตั๊กอะ มันทำให้เรารู้ว่า บางทีเราก็เห็นแก่ตัวเกินไป หลายครั้งก็มีคนลำบากกว่าเราตั้งเยอะ และช่วงดึงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงให้ยังเป็นผู้เป็นคนอยู่บ้าง</p>
<h2 id="-footnotes"><strong>📝 Footnotes</strong></h2>
<ul>
<li>กลับมาอ่านหนังสือแล้วหลังจากที่ 2019 - 2020 นี่อ่านน้อยมาก 2021 นี่อ่านเยอะมาก แต่ถ้าชอบสุดยังยกให้ <a href="/book-review-the-phoenix-project">The Phoenix Project</a> ที่เพิ่งมีเวลาอ่านซักที</li>
<li>งานอดิเรกไหลไปตามอารมณ์เคยมีช่วงที่บ้า Chess มากๆ ช่วงที่กลับมาบิน Flight Sim จริงจัง ช่วงประกอบ Keyboard ชงชา ส่วนตอนนี้มีความสุขกับการสะสม Clone Trooper อยู่</li>
<li>ปี 2020 ไม่ได้พูดงานอะไรเลยหลังจาก 2019 ที่จัด PySomtum มาให้ตัวเองพูด 2021 ไปพูดที่ PyCon APAC 2021 ซึ่งนอกจากได้ไปพูดและจัดงาน ได้ไปร่วม Panel discussion: Future of Python กระทบบ่ากับคนที่เราเคยได้แต่เขียนข่าวถึงในเพจ</li>
<li>ปีนี้ลดการทำเพจไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ถึงแม้จะยังอยู่กับ Python community แต่ก็ไม่ค่อยได้แชร์อะไร แต่กลับกันคือ กลับมาเขียนบล็อกจริงจังมากขึ้นและ settled กับ Hashnode แล้วหลังจากหนี Medium ออกมา</li>
<li>สิ่งที่คุ้มที่สุดที่เสียตังค์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคือ ประกันสุขภาพแบบ IPD ซึ่งถ้าไม่มีตัวนี้บอกเลยว่าที่เข้าโรงพยาบาลล่าสุดนี่เสียเกือบแสน แต่นี่คือไม่เสียตังค์แม้แต่บาทเดียว</li>
<li>เกมที่เล่นแล้วประทับใจที่สุดในช่วง 2 ปีนี้เป็น Uncharted 4 ซึ่งก็เพิ่งมีโอกาสได้เล่นหลังจากมันออกมาชาติกว่าละ แต่ประทับใจทุกอย่างมันรวมๆ กันไปหมด</li>
<li>ปีนี้ไป Conference เยอะมาก ไม่รู้ควรจะขอบคุณ COVID ดีมั้ยที่ทำให้งานต่างๆ จัด Online หมดเลยได้ไปหมดเลยทั้ง PyCascades, PyConBY, PyCon US, DjangoCon EU, TDD Conf และ PyCon APAC ซึ่งหลายๆ งานถ้าจะมีอะไรที่ติดก็คือ Timezone นี่แหละยิ่ง PyCon US นี่เวลานอนที่แท้ทรู</li>
<li>ปีนี้จับพลัดจับพลูได้ไปสัมภาษณ์กับ <a href="https://www.microsoft.com/apac/codewithoutbarriers">Microsoft APAC กับ Campaign: Code; Without Barriers</a></li>
<li>โอลิมปิกปีนี้ทำให้ค้นพบว่าตัวเองชอบดู High Jump กับ Pole Vault มาก</li>
<li>ปีนี้ Relearn flow ในการทำงานของตัวเองทั้งเปลี่ยน Keyboard มาใช้ Ergodox, เปลี่ยน layout มาใช้ Dvorak และล่าสุดเปลี่ยน Text Editor หลักจาก Vim มาเป็น Emacs แต่อีกอย่างที่มีผลมากๆ คือเปลี่ยนมาทำงานจอใหญ่จอเดียว หลังจากต่อสองจอมาหลายปี</li>
<li>อยากบันทึกไว้ด้วยว่าปี 2020 เคยจัดงาน Event แล้วไม่มีคนมางานแม้แต่คนเดียว (นอกจาก Speaker) แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ COVID เพิ่งมาด้วยแหละ</li>
<li>ถึงแม้สองปีนี้จะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวแต่ทริปที่ประทับใจสุดคือการเที่ยวในกรุงเทพแล้วไปค้นพบร้าน The Never Ending Summer และแกงเผ็ดเป็ดย่างของเขานี่แหละ</li>
<li>สุดท้ายตลอด 2 ปีมานี้เวลามองออกไปนอกหน้าต่างจะคิดถึงอยู่อย่างเดียว IHTFP</li>
</ul>
<p><img src="/2020-2021/vAMdOXYv3_hu_89d04883fd886d2c.webp"
       srcset="/2020-2021/vAMdOXYv3_hu_505df7dd0d294537.webp 480w, /2020-2021/vAMdOXYv3_hu_89d04883fd886d2c.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="1280"
       alt="155695.jpg"
       loading="lazy" decoding="async"></p>
]]></content:encoded></item><item><title>2018</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/2018/</link><pubDate>Tue, 01 Jan 2019 00:00:00 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/2018/</guid><description>&lt;p&gt;ปีนี้โดยรวมเป็นปีที่ไม่ค่อยรู้สึกดีกับตัวเองเท่าไร และอยู่กับความรู้สึกแบบนั้นมาตลอดปี สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากเรื่องราวทั้งหมดในปีที่ผ่านมาคือ &lt;em&gt;ถ้าอยากทำอะไรแล้วทำไปเลย อย่ารอให้มันพร้อมแล้วค่อยทำ&lt;/em&gt; เพราะสิ่งที่รู้สึกไม่ค่อยดีทั้งหลายส่วนใหญ่ในปีนี้ก็เกิดจาก สุดท้ายมันจะไม่ได้ทำนี่แหละ&lt;/p&gt;
&lt;h1 id="finance-"&gt;Finance 💸&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากปีที่แล้วทำการ Reset หนี้ทั้งหมดแล้วเริ่มต้นใหม่ สิ่งที่ได้เรียนรู้ปีนี้คือ &lt;em&gt;ไม่มีหนี้อะดี แต่ไม่มีหนี้แล้วไม่มีตังค์อ่ะไม่ดี&lt;/em&gt; คือ ช่วงแรกๆ ยังติดใจความรู้สึกไม่มีหนี้อยู่ แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่าทำไมเงินมันไม่ต่างจากเดิมเลย เป็นเพราะว่าถึงแม้จะเคลียร์หนี้หมด แต่การไม่ได้เก็บตังค์เพิ่มต่อ สุดท้ายมันก็เป็นการนับถอยหลังให้เงินหมดเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปีนี้เลยเปลี่ยน Strategy ใหม่ประมาณกลางๆ ปีคือ &lt;em&gt;มีหนี้อะมีได้ แต่ต้องเป็นหนี้ที่ควบคุมและรับความเสี่ยงได้&lt;/em&gt; พอคิดอย่างนี้ เลยทำให้ชีวิตมันปลดล็อก ได้อะไรหลายๆ อย่างที่อยากได้มาตลอดใน &lt;strong&gt;Worth mention&lt;/strong&gt; เดียวก็เห็น นอกจากนี้แล้วปีนี้ได้เปิดเลนการลงทุนใหม่ด้วย หลังจากศึกษามานาน ปีนี้จัดกองทุนรวมไป 3 กอง ถึงแม้ตอนนี้ยอดไม่เยอะ แต่ถ้าเป็นไปตามแผน มันก็จะอยู่ไปด้วยยาวๆ อีกหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="https://yothinix-com.pages.dev/2018/1-EWXyaOb7uyXEw3ia7fZapg_hu_dfe2846981b478e8.webp"
srcset="https://yothinix-com.pages.dev/2018/1-EWXyaOb7uyXEw3ia7fZapg_hu_dfe2846981b478e8.webp 360w"
sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
width="360" height="360"
alt=""
loading="lazy" decoding="async"&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h1 id="study-"&gt;Study 📚&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ปีที่แล้วหัวข้อตรงนี้คือ &lt;em&gt;Reading&lt;/em&gt; แต่ปีนี้อ่านหนังสือน้อยมาก อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่สิ่งที่มากกว่าอ่านหนังสือคือ &lt;strong&gt;เรียน&lt;/strong&gt;นี่แหละครับ และนี่คือคอร์สที่เรียนมาตลอดปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;Node.js + GraphQL + Apollo workshop&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Apache Kafka Workshop&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;Android A-Z&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;Modern Agile Development Workshop&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;Brush lettering Workshop&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ส่วนหนังสือปีนี้ซื้อหลายเล่มแต่ที่จำได้หลักๆ มี Principle, Sapiens และ It doesn’t have to be crazy at work ส่วนพวกลิ้ง Technical Blog ปีนี้จัดการได้ดีขึ้นโดยแทนที่จะดองไว้ใน bookmark ซักที่ก็พยายามจะอ่านทุกลิ้งให้มันจบซักวันภายในอาทิตย์นั้น แต่สิ่งที่ Improve ที่สุดคือติดนิสัย &lt;strong&gt;Zero Inbox&lt;/strong&gt; และเลิกอ่านเมล &lt;em&gt;Medium Daily Digest&lt;/em&gt; นี่แหละ ที่ทำให้จัดการ Knowledge พวกนี้ได้อยู่หมัด&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<p>ปีนี้โดยรวมเป็นปีที่ไม่ค่อยรู้สึกดีกับตัวเองเท่าไร และอยู่กับความรู้สึกแบบนั้นมาตลอดปี สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากเรื่องราวทั้งหมดในปีที่ผ่านมาคือ <em>ถ้าอยากทำอะไรแล้วทำไปเลย อย่ารอให้มันพร้อมแล้วค่อยทำ</em> เพราะสิ่งที่รู้สึกไม่ค่อยดีทั้งหลายส่วนใหญ่ในปีนี้ก็เกิดจาก สุดท้ายมันจะไม่ได้ทำนี่แหละ</p>
<h1 id="finance-">Finance 💸</h1>
<p>หลังจากปีที่แล้วทำการ Reset หนี้ทั้งหมดแล้วเริ่มต้นใหม่ สิ่งที่ได้เรียนรู้ปีนี้คือ <em>ไม่มีหนี้อะดี แต่ไม่มีหนี้แล้วไม่มีตังค์อ่ะไม่ดี</em> คือ ช่วงแรกๆ ยังติดใจความรู้สึกไม่มีหนี้อยู่ แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่าทำไมเงินมันไม่ต่างจากเดิมเลย เป็นเพราะว่าถึงแม้จะเคลียร์หนี้หมด แต่การไม่ได้เก็บตังค์เพิ่มต่อ สุดท้ายมันก็เป็นการนับถอยหลังให้เงินหมดเหมือนเดิม</p>
<p>ปีนี้เลยเปลี่ยน Strategy ใหม่ประมาณกลางๆ ปีคือ <em>มีหนี้อะมีได้ แต่ต้องเป็นหนี้ที่ควบคุมและรับความเสี่ยงได้</em> พอคิดอย่างนี้ เลยทำให้ชีวิตมันปลดล็อก ได้อะไรหลายๆ อย่างที่อยากได้มาตลอดใน <strong>Worth mention</strong> เดียวก็เห็น นอกจากนี้แล้วปีนี้ได้เปิดเลนการลงทุนใหม่ด้วย หลังจากศึกษามานาน ปีนี้จัดกองทุนรวมไป 3 กอง ถึงแม้ตอนนี้ยอดไม่เยอะ แต่ถ้าเป็นไปตามแผน มันก็จะอยู่ไปด้วยยาวๆ อีกหลายปี</p>
<p><img src="/2018/1-EWXyaOb7uyXEw3ia7fZapg_hu_dfe2846981b478e8.webp"
       srcset="/2018/1-EWXyaOb7uyXEw3ia7fZapg_hu_dfe2846981b478e8.webp 360w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="360" height="360"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h1 id="study-">Study 📚</h1>
<p>ปีที่แล้วหัวข้อตรงนี้คือ <em>Reading</em> แต่ปีนี้อ่านหนังสือน้อยมาก อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่สิ่งที่มากกว่าอ่านหนังสือคือ <strong>เรียน</strong>นี่แหละครับ และนี่คือคอร์สที่เรียนมาตลอดปีนี้</p>
<ul>
<li><em>Node.js + GraphQL + Apollo workshop</em></li>
<li>Apache Kafka Workshop</li>
<li><em>Android A-Z</em></li>
<li><em>Modern Agile Development Workshop</em></li>
<li><em>Brush lettering Workshop</em></li>
</ul>
<p>ส่วนหนังสือปีนี้ซื้อหลายเล่มแต่ที่จำได้หลักๆ มี Principle, Sapiens และ It doesn’t have to be crazy at work ส่วนพวกลิ้ง Technical Blog ปีนี้จัดการได้ดีขึ้นโดยแทนที่จะดองไว้ใน bookmark ซักที่ก็พยายามจะอ่านทุกลิ้งให้มันจบซักวันภายในอาทิตย์นั้น แต่สิ่งที่ Improve ที่สุดคือติดนิสัย <strong>Zero Inbox</strong> และเลิกอ่านเมล <em>Medium Daily Digest</em> นี่แหละ ที่ทำให้จัดการ Knowledge พวกนี้ได้อยู่หมัด</p>
<h1 id="work-">Work 👨‍💻</h1>
<p>ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่ก่อตั้งหลายๆ อย่าง เริ่มจากต้นปี <strong>CoolBar</strong> ได้ถือกำเนิดขึ้น (ใช่ผมนับมันเป็นงาน) ซึ่งเกิดจากไอเดียที่คิดไวทำไวกับ Cory แล้วเกิดเป็น Bar ขึ้นมา กลางห้องทำงาน Pronto Tools ซึ่งตอนแรกเปิดทุกศุกร์ แต่เริ่มขี้เกียจเลยเป็นศุกร์ปิด Sprint แล้วกลายเป็นหายไปเลย แต่ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่ค่อยได้เปิดบ่อยๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่ยังประทับใจอยู่ในความทรงจำทุกครั้งที่เปิด CoolBar คือบทสนทนาครับ หลายคนจากหลายๆ ทีมที่ไม่เคยมีโอกาสคุยด้วยก็ได้รู้จักมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันบางทีกลับเกือบตีสอง เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมเลย</p>
<p><img src="/2018/1-OGWEd27xUocQ1mEZVgPI_A_hu_d4656699a2559b9.webp"
       srcset="/2018/1-OGWEd27xUocQ1mEZVgPI_A_hu_1df70ab9ab054002.webp 480w, /2018/1-OGWEd27xUocQ1mEZVgPI_A_hu_d4656699a2559b9.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="720"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ไม่ค่อยมีรูปถ่ายไว้เท่าไร แต่นี่น่าจะเป็น Coolbar ครั้งแรกๆ เลย</em></p>
<p>ต่อมาประมาณปลายเดือนมิถุนายน หลังจากแชร์ทุกอย่างเกี่ยวกับ Python ในเฟสตัวเองมาหลายปี แล้วรู้สึกอยากทำให้มีคนรู้จัก Python จริงๆ ที่ไม่ได้มองแค่เป็นภาษาที่เอาไว้ทำอะไรง่ายๆ แต่เป็นภาษาที่มีอัตราเติบโตสูงเพราะ eco-system มันดีจริงๆ ด้วยเหตุนี้เองเพจ <a href="https://www.facebook.com/writepythontoscarecow/"><em><strong>เขียนงูให้วัวกลัว</strong></em></a> เลยถือกำเนิดขึ้นครับ</p>
<p>ช่วงทำเพจใหม่ๆ แนวทางยังค่อนข้างสะเปะสะปะมาก พยายามลองทำหลายๆ อย่างทั้ง #PythonNews, #PythonTricksEveryday แม้กระทั่ง Weekly Newsletter ก็ทำมาแล้ว ซึ่งที่พูดๆ มาเนี่ย ทำจนเหนื่อยจนหยุดพักไปหลายรอบเหมือนกัน สุดท้ายหลังๆ เลยทำแค่พอดีๆ คือถ้าอยากโพสก็โพส คือความอยากโพสมันมีอยู่ตลอดแหละ แต่ถ้ามากไปมันก็ไม่ค่อยดี เพราะมันต้องเตรียมข้อมูลด้วย</p>
<p><img src="/2018/1-fwsQVlEGlXsqjk8_Rsx0ew_hu_5ca28ef907688009.webp"
       srcset="/2018/1-fwsQVlEGlXsqjk8_Rsx0ew_hu_5ca28ef907688009.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="334"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ภาพ Profile Page เวอร์ชั่นแรกๆ ซึ่งวาดในไอแพด จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่าวัวตัวผู้หรือตัวเมีย</em></p>
<p>แต่ถึงจะเหนื่อยมันก็คุ้มเพราะมันทำให้ได้ทำสิ่งที่อยากทำมากที่สุดและเป็นเป้าหมายของปีนี้ได้สำเร็จคือ <strong>มีโอกาสได้ไปสอน Python</strong> นี่แหละครับ และเป็นการสอนที่อยากจะทำมานานแล้วคือ ไม่มี Slide ทุกอย่างคือ สด และกลั่นออกมาจากประสบการณ์จริงๆ แต่ข้อเสียก็คือเนื้อหาก็สะเปะสะปะมากเหมือนกัน เพราะของที่มีมันเยอะ แต่ก็ดีใจที่ได้ช่วยทีมๆ นึงได้รู้จัก Python มากขึ้น</p>
<p><img src="/2018/1-DnwzlW7p5Qu4MVKfvYlH_Q_hu_b6c74855cacdf8d3.webp"
       srcset="/2018/1-DnwzlW7p5Qu4MVKfvYlH_Q_hu_59a972ffedac7aa4.webp 480w, /2018/1-DnwzlW7p5Qu4MVKfvYlH_Q_hu_b6c74855cacdf8d3.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="720"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>Course Python for sustainable code base รุ่นแรก ที่ INET</em></p>
<p><img src="/2018/1-3QbgoGV-EbQfFalN344c5Q_hu_6db69b92de0431a5.webp"
       srcset="/2018/1-3QbgoGV-EbQfFalN344c5Q_hu_4e8e3e66c0550afd.webp 480w, /2018/1-3QbgoGV-EbQfFalN344c5Q_hu_6db69b92de0431a5.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="640"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>นอกจากจะเปิด Course เองแล้วยังได้ไปช่วยสอนที่ Django Girls Bangkok ด้วย</em></p>
<p>สิ่งสุดท้ายที่ก่อตั้งในปีนี้คือ <strong>CheckUp</strong> ครับเป็น Internal event ใน ProntoTools เกิดจากไอเดียง่ายๆ ว่าหลายอย่างเราเคยทำ แต่บางครั้งเราไม่เคยทำมันบ่อยๆ เราก็ลืม โดยกฏของ <strong>CheckUp</strong> มีแค่ 2 ข้อครับ</p>
<ol>
<li>ใครอยากจัดอะไรก็สร้างปฏิทินจองไว้เลย จองก่อนได้ก่อนง่ายๆ แบบนี้เลย</li>
<li>คนที่จองต้องเป็นคนสรุปเนื้อหาที่คุยกันใน <strong>CheckUp</strong> ไว้ใน <em>Pronto Cafe</em> (Internal Forum) เพื่อที่จะให้คนที่ไม่มีโอกาสได้มา ได้เข้าถึงเนื้อหาที่เราคุยกันด้วยครับ</li>
</ol>
<p>ข้อเสียเดียวของ <strong>CheckUp</strong> คือมันมาเริ่มก่อตั้งในช่วงที่งานยุ่งสุดๆ คือช่วงท้ายปีครับ ทำให้เรามีโอกาสจัดกันจริงๆ ประมาณ 4 ครั้ง เองก็ได้แต่หวังว่าปีหน้าจะมีโอกาสมาจัดกันมากขึ้น</p>
<p><img src="/2018/1-1sAixhGMLdjRW7mNxRifkw_hu_f27933557e922ec9.webp"
       srcset="/2018/1-1sAixhGMLdjRW7mNxRifkw_hu_aa79d5c09bbf7ef7.webp 480w, /2018/1-1sAixhGMLdjRW7mNxRifkw_hu_f27933557e922ec9.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="720"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>CheckUp: Python</em></p>
<p>นอกจากก่อตั้งงานหลักๆ ปีนี้ก็ค่อนข้างจะหลากหลาย มีโอกาสได้ Upgrade Production เป็น Python 3.7 ซึ่งสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งข้างล่างเลยครับ</p>
<blockquote>
<p><a href="/upgrade-python-3-7/">Share ประสบการณ์ Upgrade Python 3.7</a>
ถ้าจะมีงานหนึ่งที่ผมทำแล้วรู้สึกสนุกและท้าทายทุกครั้งที่อยู่ที่ Pronto Tools ก็คือการอัพเกรดเวอร์ชั่น Python นี่แหละครับ ตอนผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ ทีมใช้ Python 3.5 อยู่ปีที่แล้วเลยอัพเกรดเป็น 3.6 และในปีนี้เนื่องในโอกาส Python 3.7
— Yothinix, Yothin Muangsommuk</p>
</blockquote>
<p>แต่ถ้าจะมีอะไรทำลายสถิติอีกปีนี้ คือเป็นปีที่ Hackathon บ่อยมากทั้งใน Pronto Tools เองและนอกสถานที่ ต้องขอบคุณ</p>
<p><a href="https://medium.com/u/6f6af3cc17e7?source=post_page-----4e68fb381d78-----------------------------------">Kan Ouivirach</a>ที่พยายามสร้าง Hackathon culture ขึ้นมาเลยได้สร้างอะไรเจ๋งๆ ได้ลองอะไรหลายๆ อย่างตั้งแต่ Elixir, Scala ไปจนถึง GraphQL แต่สำคัญที่สุดคือ ได้เขียนโค้ดแบบสนุกๆ นี่แหละ</p>
<p><img src="/2018/1-94wVK4ZHY3Zd-S6Z2YQyyw_hu_ce685e51c1649b83.webp"
       srcset="/2018/1-94wVK4ZHY3Zd-S6Z2YQyyw_hu_283717d668a19bfe.webp 480w, /2018/1-94wVK4ZHY3Zd-S6Z2YQyyw_hu_ce685e51c1649b83.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="721"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>Hackathon ครั้งสุดท้ายของปี 2018</em></p>
<h1 id="travel-">Travel ⛰</h1>
<p>ปีนี้เริ่มปีด้วยเป็นมนุษย์เร่ร่อนตั้งแต่ไปเที่ยวเชียงใหม่กับตั๊กแล้วยังไม่ทันได้กลับบ้านต้องบินลงไปนครศรีธรรมราชต่อเพื่อไปช่วยจัด Hackathon ต่อ</p>
<p>ต้องโน๊ตไว้ว่าไปเชียงใหม่รอบนี้ Improvise มากคือ เปิด map เลยไปที่ๆ ไม่เคยไป แล้วประทับใจมากทั้ง North Gate และร้านลับในนิมมาน จนปี 2019 ต้องกลับไปอีก ส่วนนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไป ก็ได้รู้จักกับร้านพี่แหลม แห่งท่าศาลา ก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกดี</p>
<p><img src="/2018/1-bpKyngsMCQ3gbTU4WZBSDA_hu_262c087e349120e.webp"
       srcset="/2018/1-bpKyngsMCQ3gbTU4WZBSDA_hu_b7f73e9ec1cf67.webp 480w, /2018/1-bpKyngsMCQ3gbTU4WZBSDA_hu_262c087e349120e.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="719"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>4 Land ภายในอาทิตย์เดียว 2 Land ในนั้นเป็นเครื่องลำเดียวกัน (HS-DBC) 1 Land ในนั้นติด Holding</em></p>
<p>อีกเรื่องนึงทีต้องโน๊ตไว้คือปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ไป Outing กับ Pronto ซึ่งเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่เริ่มได้ไป Outing จริงๆ คือทำงานปีที่สองในบริษัท (ตอนอยู่ที่เก่าก็ต้องรอปีที่สองถึงได้ไป Outing เหมือนกัน) แล้วเป็น Outing ที่มีกิจกรรมต้องทำเยอะ ต้องซ้อมละคร ต้องเล่นเกม ฯลฯ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ</p>
<h1 id="life-">Life 😅</h1>
<p>ปีนี้เริ่มปีด้วยในที่สุดก็ไปยกเลิก WE Fitness ที่เอกมัยหลังจากจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนมาเกือบหนึ่งปีแล้วแทบไม่ได้ไปเลย แต่หลังจากนั้นอีก 7 เดือนก็ตัดสินใจเดินเข้า WE Fitness อีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นสาขารัชโยธินและตัดสินใจสมัครเลยพร้อมเทรนเนอร์อีก 50 Sessions ถึงตอนที่เขียนนี่ก็ออกกำลังกายมา 4 เดือนแล้ว ยังจำความรู้สึกที่กลับไปออกวันแรกได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img src="/2018/1-zQzP1TVV126qWmzA21RrXQ_hu_f608e2835f7fa0d3.webp"
       srcset="/2018/1-zQzP1TVV126qWmzA21RrXQ_hu_f608e2835f7fa0d3.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="640"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>สวัสดี #นิวแมน วันแรก</em></p>
<p>ถึงแม้วันแรกจะแทบคลานกลับคอนโด แต่ถ้ามองย้อนกลับไปก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของปีนี้ละ เพราะหลังจากนั้นอีกสองสามเดือน พอมา Cardio ชุดเดียวกันกับที่ทำวันแรก มันก็เหนื่อยนะ แต่มันไม่ถึงกับแทบคลานเหมือนตอนนั้นอีกแล้วต้องขอบคุณเติ้ลมากๆ ที่สร้าง #นิวแมน เวอร์ชั่นใหม่มาได้ขนาดนี้ 👏</p>
<p>นอกจากจะแข็งแรงขึ้นปีนี้ยังแอดมิทโรงพยาบาล 1 ครั้งด้วย หลังกลับมาจาก Outing ไม่กี่วันซึ่งอยู่ดีๆ ก็รู้สึกปวดแปลบที่ข้างเอวๆ ตอนแรกก็กลัวว่าไส้ติ่งรึเปล่าเพราะไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต แต่พอไปหาหมอสรุปสาเหตุว่าเป็นลำไส้อักเสบ ต้องนอนให้ยาเลยคืนนึง หลังจากดื้อไม่ยอมแอดมิทวันแรกที่ไปเพราะค่าห้อง ร.พ.พญาไท 2 ไม่ธรรมดานะครับ และถึงแม้ว่าจะมีประกันกลุ่มบริษัทช่วยไว้นิดหน่อย แต่นี่ก็เป็นเครื่องยืนยันอันดีว่า<strong>ควรจะหาประกันสุขภาพของตัวเอง</strong>ไว้ด้วย</p>
<p>และที่เปลี่ยนแปลงที่สุดในหมวดนี้คงหนีไม่พ้นย้ายจากการเป็นมนุษย์เอกมัยมา 4 ปี มาเป็นมนุษย์จตุจักรและได้รู้จักกับคำว่าห้าแยกลาดพร้าว แต่ถึงแม้ว่าเวลาเดินทางจะไม่ได้เปลี่ยนมาก แต่การเปลี่ยนมาอยู่คอนโดนี่ก็เปิดหลายๆ เลนในชีวิตและทำให้รู้ว่าการทำกับข้าวกินเองอยู่คอนโดนี่มีความสุขที่สุดละ <em>(ยกเว้นตอนล้างจาน)</em></p>
<p><img src="/2018/1-JsGskkEEPeRPT4Kv1xLf4Q_hu_e8495efebf0fc303.webp"
       srcset="/2018/1-JsGskkEEPeRPT4Kv1xLf4Q_hu_1502be27522b08ee.webp 480w, /2018/1-JsGskkEEPeRPT4Kv1xLf4Q_hu_e8495efebf0fc303.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="719"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ลาก่อยแจ่มจันทร์อพาร์ตเม้นต์ที่อยู่มาตั้งแต่เรียนจบ</em></p>
<h1 id="worth-mention-">Worth mention 🤔</h1>
<ul>
<li>ปีนี้มีโอกาสพูดงาน Conference ครั้งเดียวแต่เป็นหนึ่งครั้งที่ดีใจมากคือ PyCon Thailand 2018 บอกเลยว่าปั่นสไลด์สดหนึ่งคืนก่อนพูด แต่มันก็ไม่ได้สดขนาดนั้นเพราะจริงๆ ก็เคยเขียนบล็อกเรื่องนี้ไว้แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม</li>
</ul>
<blockquote>
<p><a href="https://yothinix.medium.com/python-type-annotation-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1-python-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-type-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2-2559187f94ed">Python Type Annotation: ทำไม Python ต้องเขียน Type ด้วย</a>
ตั้งแต่ Python 3.5 เป็นต้นมา Python ได้แปลงร่างจากภาษา Duck Typing เต็มตัว ให้มีความสามารถในการใส่ Type Annotation…
— Medium, Yothin Muangsommuk</p>
</blockquote>
<iframe width="200" height="113" src="https://www.youtube.com/embed/r3R1VQa4xPk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
<ul>
<li>ปีนี้ดูมหรสพ 3 ครั้ง 2 ครั้งในนั้นเป็นถาปัดการละคอน <strong>แดจังกึม</strong> กับ <strong>Anastasia</strong> อีกหนึ่งครั้งคือตั๊กลากไปดูคอนน้อง <strong>Phum Viphurit</strong> ซึ่งหลังจากตั๊กกล้าแกร่งแล้วปีหน้าเลยตัดสินใจไปดู <strong>1975</strong> ข้ามประเทศเลยทีเดียว</li>
<li>ปีนี้เล่นเกมส์เยอะมากเริ่มจาก <em>The Sims mobile, Take On: Helicopter, Harry Potter: Hogwarts Mystery, Star Wars: Force Arena, Fallout Shelter, Motor Sport Manager 3, Far Cry 5, Call of Duty: Advanced Warfare</em> แล้วมาจบที่ <em>Assassin’s Creed: Origins</em></li>
</ul>
<p><img src="/2018/1-jA61Z8kFezu7qRbVyhHNVw_hu_14f9c27f92e533df.webp"
       srcset="/2018/1-jA61Z8kFezu7qRbVyhHNVw_hu_b9b56b3738ca4187.webp 480w, /2018/1-jA61Z8kFezu7qRbVyhHNVw_hu_14f9c27f92e533df.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="960"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>หลังจากแกล้งตั๊กทุกวันว่า เด๋ววันนี้ซื้อ PS4 เลย มาเดือนกว่า พอไปซื้อจริงๆ นี่ไม่เขินเลย</em></p>
<ul>
<li>ตอนช่วงเดือนธันวาคม 2017 จนถึงมกราคม 2018 ตื่นเช้ามาแล้วเจ็บคอบ่อยมาก หรือไม่ก็เจ็บจนตื่นกลางดึก เลยตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ แล้วเป็นการลงทุนที่คุ้มมากเพราะหลับสนิทเลย ยิ่งช่วงปีที่ผ่านมามีช่วงที่อากาศกรุงเทพไม่ดีถึงสองรอบ เลยรู้สึกคิดถูกมากที่ซื้อไว้</li>
<li>ปีนี้เริ่มต้นปีตั้งใจไว้ว่าจะใช้สมุดทำ Bullet Journaling หลังจากใช้ไปหลายเดือนแล้วเลยกลั่นออกมาเป็น Blog นี้ซึ่งคนอ่านหลักหมื่น (อันนี้เซอร์ไพรซ์มาก)</li>
</ul>
<blockquote>
<p><a href="/bujo/">แนะนำ BuJo เมื่อชีวิตอยากติด Analog</a>
มันมีสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยมานานหลายปีละว่าทำไมหลายคนถึงติดสมุด Moleskine มากๆ ทั้งๆ ที่มันก็ดูเหมือนสมุดธรรมดาๆ เล่มนึง ที่อาจจะมีเส้น ไม่มีเส้น เป็นตาราง ฯลฯ หลังจากถามไถ่หลายคนก็ยังไม่เคลียร์เพื่อคลายความสงสัยนั้น ผมเลยซื้อมาหนึ
— Yothinix, Yothin Muangsommuk</p>
</blockquote>
<p>แต่หลังจากใช้สมุดเป็นหลักมาหลายเดือน iPad 6th Generation ก็ออกแล้วใช้ Apple Pencil ได้และเป็นสมุดหลักมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าระหว่างปีจะสลับไปใช้ Trello, Todoist บ้าง แต่การกลับมาเขียนนี่แหละดีที่สุดละ และแอพ GoodNote นี่มันดีจริงๆ</p>
<p><img src="/2018/1-Ixq2YSoo6dssto6V4UU5Vw_hu_1e93091d03e919bc.webp"
       srcset="/2018/1-Ixq2YSoo6dssto6V4UU5Vw_hu_ed1f7bd3e080b8a1.webp 480w, /2018/1-Ixq2YSoo6dssto6V4UU5Vw_hu_1e93091d03e919bc.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="720"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>สิ่งแรกๆ ที่ทำหลังจากได้ ipad มาคือพยายาม Setup มันให้เขียนโปรแกรมได้</em></p>
<ul>
<li>หลังจากดู R Willy เล่น Scooter ใน IG มาพักใหญ่ ไม่รู้จับพลัดจับพลูยังไง ถึงไปรู้จัก <a href="https://www.youtube.com/user/StreetLeague">Street League Skateboard</a> ได้ ซึ่งทำให้บ้า SLS มาตั้งแต่กลางๆ ปี แล้วก็ติดช่อง <a href="https://www.youtube.com/user/sprocker7">Braille Skateboarding</a> มาก จนวันนึงไป Preduce แล้วได้ Skateboard กลับบ้านมา ผ่านมา 6 เดือนขอสารภาพเลยว่ายัง Ollie ไม่ได้ Insanity มาก</li>
</ul>
<p><img src="/2018/1-LWapBEDmk01AC1OtOlnPRw_hu_84e415ebe7eb315e.webp"
       srcset="/2018/1-LWapBEDmk01AC1OtOlnPRw_hu_84e415ebe7eb315e.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="640"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>รู้ตัวอีกทีก็กลับบ้านมาพร้อมสิ่งนี้ละ</em></p>
<ul>
<li>ปีนี้ไปงานวิ่ง 1 งานถ้วนคือ <strong>ร่มรั้วรัน</strong> สิ่งที่เจ๋งที่สุดของร่มรั้วรันไม่ใช่กลับไปวิ่งลาดกระบัง แต่คือได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอมาหลายปีนี่แหละ คิดถึงจริงๆ</li>
<li>ปีนี้ดู <em>Star Trek: The Next Generation</em> จบแล้ว ต้องบอกว่าจบตั้งแต่กลางๆ ปีแล้วรวมเวลาเป็นเกือบ 2 ปียกให้เป็น Generation ของ Star Trek ที่ชอบที่สุดละเพราะ 7 Seasons นี่ผูกพันธ์กับตัวละครมาก หลังจากนั้นพยายามดู DS9 แล้วแต่ไม่สนุกเลย เลยข้ามมาดู Voyager อยู่</li>
<li>พูดถึงซีรีย์ต่อละกันปีนี้เป็นปีที่กลับมาดูซีรีย์เยอะมาก (หลังจากปีที่แล้วดูแต่ Star Trek: TNG เป็นหลัก) ซีรีย์ที่ดูหลากหลายมากตั้งแต่ Star Trek: Discovery, Designated Survivor, Stranger Things, How I Met Your Mother, Agent of Shield, A very secret service อ่อแล้วที่ต้องโน๊ตไว้คือ เลือดข้นคนจาง</li>
<li>ปีนี้ตั๊กยังทำลายสถิติทุกอย่างของโยธินต่อไป แต่ความซวยของปี 2018 คือลืมวันเกิดตั๊กนี่แหละ ปีหน้าจะไม่ลืมแล้วคาบ 🙏</li>
</ul>
<p>หมดละปีนี้ ถ้าจะมีอะไรที่ดีมากๆ เกี่ยวกับปี 2018 คือการไม่ตั้ง New Year Resolution พร่ำเพรื่อ นี่แหละ สุดท้ายการตั้งเป้าหมายต้นปีมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย แต่การได้ทำมันระหว่างที่เราเดินทางในปีนั้นนี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุดละ</p>
<hr>
<p>Original post at: <a href="https://yothinix.medium.com/2018-4e68fb381d78">https://yothinix.medium.com/2018-4e68fb381d78</a></p>
]]></content:encoded></item><item><title>2017</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/2017/</link><pubDate>Sat, 30 Dec 2017 00:00:00 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/2017/</guid><description>&lt;p&gt;ถ้าหากว่าธีมของปีที่แล้วเป็นการพัฒนาตนเองในด้านร่างกาย ปีนี้คงเป็นการพัฒนาตนเองในด้านจิตใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย หลายอย่างที่เคยทำก็ไม่ได้ทำ หลายอย่างที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ ถึงแม้ปีนี้จะวุ่นวายแค่ไหน แต่ปีนี้ก็ส่งพี่จั๊วะมาย้ำสิ่งสำคัญอย่างนึงซึ่งผมหลงลืมไปคือ &lt;em&gt;เราทุกคนควรจะมีเพื่อน&lt;/em&gt; แล้วเพื่อนนี่แหละจะพาเราผ่านความยากลำบากต่างๆ นาๆ ไปได้ 🙋‍♂️&lt;/p&gt;
&lt;h1 id="finance-"&gt;Finance 💰&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ถ้าจะมีอะไรที่เป็นข้อผิดพลาดของชีวิตแล้วผมพยายามแก้ปัญหามันมาตลอดสองปีกว่าคือหนี้ครับ ผมเรียกได้เลยว่าผมใช้บัตรเครดิตได้ผิดหลักการจนมันนำไปสู่หนี้ก้อนใหญ่มาก จนผมขยับตัวไม่ได้ เรียกได้ว่ามีหนี้ปักกลางหลังจริงๆ ปีนี้ตลอดปีที่ผ่านมาผมเลยพยายามลดก้อนหนี้ให้ได้ ถึงแม้จะมีงานเสริมเข้ามานอกจากงานหลัก แต่มันก็จะมีกระเพื่อมขึ้นๆ ลงๆ ตลอด ไม่หมดไปซักที จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งหลังจากที่ทุกคนปากเปียก ปากแฉะบอกให้ผมเก็บตังค์ซะที พอเก็บตังค์เท่านั้นแหละ ชีวิตเปลี่ยนเลยครับ พอเริ่มมีเงินเก็บ เราก็ไม่อยากให้มันหายไป และก็อยากให้มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากเอามาใช้ ผมก็เก็บเรื่อยๆ เดือนละนิดๆ หน่อยๆ จนวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมาผมก็ไม่เหลือหนี้บัตรเครดิตแม้แต่บาทเดียวแล้ว แถมมีเงินเก็บอีกต่างหาก ✨&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="https://yothinix-com.pages.dev/2017/1-87UfXt_QYtwOH6DpbXwehQ_hu_77a7e4b8134560e3.webp"
srcset="https://yothinix-com.pages.dev/2017/1-87UfXt_QYtwOH6DpbXwehQ_hu_2c003e0d9693c5e2.webp 480w, https://yothinix-com.pages.dev/2017/1-87UfXt_QYtwOH6DpbXwehQ_hu_77a7e4b8134560e3.webp 960w"
sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
width="960" height="449"
alt=""
loading="lazy" decoding="async"&gt;
&lt;em&gt;ความขึ้นๆ ลงๆ ของหนี้กับเงินที่มี (กราฟจาก YNAB)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h1 id="reading-"&gt;Reading 📚&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ปีนี้เป็นปีที่กลับมาอ่านหนังสือเยอะมากอีกครั้ง จนถึงกับต้องซื้อชั้นวางหนังสือเพิ่มเลยทีเดียว หนังสือที่อ่านปีนี้ก็มีหลายแนวตั้งแต่ Technical, Programming, จิตวิทยา, วิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์ ยัน เศรษฐศาสตร์ รวมถึงไม่ได้อ่านแค่เป็นเล่มแต่ eBook ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในปีนี้ หนังสือที่ชอบที่สุดในปีนี้มีสามเล่มคือ &lt;a href="https://www.amazon.com/Miracle-Dunkirk-Story-Operation-Dynamo-ebook/dp/B0078X73NO"&gt;The Miracle of Dunkirk&lt;/a&gt;, &lt;a href="https://www.amazon.com/Moneyball-Art-Winning-Unfair-Game/dp/0393324818"&gt;Moneyball&lt;/a&gt; และ &lt;a href="https://www.amazon.com/Little-Book-Hygge-Danish-Penguin-ebook/dp/B01EXVIW06"&gt;The little book of Hygge&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าหากว่าธีมของปีที่แล้วเป็นการพัฒนาตนเองในด้านร่างกาย ปีนี้คงเป็นการพัฒนาตนเองในด้านจิตใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย หลายอย่างที่เคยทำก็ไม่ได้ทำ หลายอย่างที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ ถึงแม้ปีนี้จะวุ่นวายแค่ไหน แต่ปีนี้ก็ส่งพี่จั๊วะมาย้ำสิ่งสำคัญอย่างนึงซึ่งผมหลงลืมไปคือ <em>เราทุกคนควรจะมีเพื่อน</em> แล้วเพื่อนนี่แหละจะพาเราผ่านความยากลำบากต่างๆ นาๆ ไปได้ 🙋‍♂️</p>
<h1 id="finance-">Finance 💰</h1>
<p>ถ้าจะมีอะไรที่เป็นข้อผิดพลาดของชีวิตแล้วผมพยายามแก้ปัญหามันมาตลอดสองปีกว่าคือหนี้ครับ ผมเรียกได้เลยว่าผมใช้บัตรเครดิตได้ผิดหลักการจนมันนำไปสู่หนี้ก้อนใหญ่มาก จนผมขยับตัวไม่ได้ เรียกได้ว่ามีหนี้ปักกลางหลังจริงๆ ปีนี้ตลอดปีที่ผ่านมาผมเลยพยายามลดก้อนหนี้ให้ได้ ถึงแม้จะมีงานเสริมเข้ามานอกจากงานหลัก แต่มันก็จะมีกระเพื่อมขึ้นๆ ลงๆ ตลอด ไม่หมดไปซักที จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งหลังจากที่ทุกคนปากเปียก ปากแฉะบอกให้ผมเก็บตังค์ซะที พอเก็บตังค์เท่านั้นแหละ ชีวิตเปลี่ยนเลยครับ พอเริ่มมีเงินเก็บ เราก็ไม่อยากให้มันหายไป และก็อยากให้มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากเอามาใช้ ผมก็เก็บเรื่อยๆ เดือนละนิดๆ หน่อยๆ จนวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมาผมก็ไม่เหลือหนี้บัตรเครดิตแม้แต่บาทเดียวแล้ว แถมมีเงินเก็บอีกต่างหาก ✨</p>
<p><img src="/2017/1-87UfXt_QYtwOH6DpbXwehQ_hu_77a7e4b8134560e3.webp"
       srcset="/2017/1-87UfXt_QYtwOH6DpbXwehQ_hu_2c003e0d9693c5e2.webp 480w, /2017/1-87UfXt_QYtwOH6DpbXwehQ_hu_77a7e4b8134560e3.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="449"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ความขึ้นๆ ลงๆ ของหนี้กับเงินที่มี (กราฟจาก YNAB)</em></p>
<h1 id="reading-">Reading 📚</h1>
<p>ปีนี้เป็นปีที่กลับมาอ่านหนังสือเยอะมากอีกครั้ง จนถึงกับต้องซื้อชั้นวางหนังสือเพิ่มเลยทีเดียว หนังสือที่อ่านปีนี้ก็มีหลายแนวตั้งแต่ Technical, Programming, จิตวิทยา, วิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์ ยัน เศรษฐศาสตร์ รวมถึงไม่ได้อ่านแค่เป็นเล่มแต่ eBook ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในปีนี้ หนังสือที่ชอบที่สุดในปีนี้มีสามเล่มคือ <a href="https://www.amazon.com/Miracle-Dunkirk-Story-Operation-Dynamo-ebook/dp/B0078X73NO">The Miracle of Dunkirk</a>, <a href="https://www.amazon.com/Moneyball-Art-Winning-Unfair-Game/dp/0393324818">Moneyball</a> และ <a href="https://www.amazon.com/Little-Book-Hygge-Danish-Penguin-ebook/dp/B01EXVIW06">The little book of Hygge</a></p>
<p>นอกจากหนังสือแล้วพวก Blog, Newsletter ก็อ่านเพิ่มขึ้นเหมือนกัน จนหลายๆ ครั้งรู้สึกว่า Information Overload แล้วก็ไม่อ่านไปดื้อๆ เลย แต่ตลอดปีก็พยายามแก้ปัญหา Link Overload ซึ่งแต่ก่อนจะเก็บไว้ใน Facebook Saved พอมี <a href="https://www.gettoby.com/">Toby</a> ออกก็เอาไปดองไว้ในนั้น พอตอนนี้มาใช้ Firefox เลยพยายามเปลี่ยนมาใช้ <a href="https://getpocket.com/">Pocket</a> คู่กับ <a href="http://getliner.com/">Liner</a> ก็พอทำให้ลิ้งที่ดองมีคุณค่ามากขึ้น เพราะเรารู้ว่าเราดองไปทำไมด้วย Liner แต่ก็ยังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเพราะกับ Video Conference อย่างงี้ก็ไม่รู้จะ Highlight ยังไง ก็ยังคงตามหาวิธีที่มีประสิทธิภาพกันต่อไป</p>
<p><img src="/2017/1-beTWtAqNcGXYjtu8WPGu5w_hu_498c7699d0a84c22.webp"
       srcset="/2017/1-beTWtAqNcGXYjtu8WPGu5w_hu_793d5035134b14f2.webp 480w, /2017/1-beTWtAqNcGXYjtu8WPGu5w_hu_498c7699d0a84c22.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="492"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ยังเหมือนเดิม… ดองไงก็ดองอย่างนั้น</em></p>
<h1 id="work-">Work 👨‍💻</h1>
<p>ตั้งแต่ทำงานมาเกือบสี่ปี นี่เป็นปีแรกที่ไม่ได้พิมพ์บล็อคครบรอบการทำงานในแต่ละปี เพราะคิดว่า Cycle มันเปลี่ยนและมันตรงกับเดือนธันวาคม (ผมเริ่มงานปัจจุบันวันที่ 1 ธันวาคม ปีที่แล้ว) เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าจะมาพิมพ์ไว้ใน Year in Review นี้แทน</p>
<p>ต้องขอบคุณ Pronto Tools อย่างนึงที่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมายอมให้ได้ทำในสิ่งที่ชอบคือ Back-end เป็นหลักแล้วทำอย่างอื่นอย่าง Front-end หรือ Infra นิดๆ หน่อยๆ ปีนี้ได้อยู่กับ <a href="http://www.django-rest-framework.org/">Django REST Framework</a> ตลอดทั้งปีจนจากเคยเป็นคนแปลกหน้ากัน Serializer ยังไม่รู้จักเลย จนเดี๋ยวนี้แทบจะขึ้นโปรเจ็คได้โดยไม่เปิด Document เลย นอกจากนั้นแล้วยังได้ทำ Celery กับ Elasticsearch ตั้งแต่ 0 ด้วย เลยได้รู้ได้เจออะไรแปลกๆ เยอะมาก ถ้ามีโอกาสคงได้เขียนเล่าให้ฟังกัน</p>
<p><img src="/2017/1-6wxMUnngv2yeTa6QrRvGUQ_hu_b775cc1830b3d8fa.webp"
       srcset="/2017/1-6wxMUnngv2yeTa6QrRvGUQ_hu_1527a603dad4f5c0.webp 480w, /2017/1-6wxMUnngv2yeTa6QrRvGUQ_hu_b775cc1830b3d8fa.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="272"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>Contribution ของงานหลวงในปีนี้ (GitHub)</em></p>
<p><img src="/2017/1-81OVtuyeHb2xlsmGVa3tGQ_hu_6b959572df44b8c5.webp"
       srcset="/2017/1-81OVtuyeHb2xlsmGVa3tGQ_hu_ff63dc76d3a3e9fc.webp 480w, /2017/1-81OVtuyeHb2xlsmGVa3tGQ_hu_6b959572df44b8c5.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="192"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>Contribution ของงานนอกในปีนี้ (gitlab)</em></p>
<p>แต่มีเรื่องดีก็ต้องมีเรื่องแย่ ปีนี้เป็นปีที่ทำงานหนักเหมือนกัน จนลืมคำว่า Work-Life Balance ไปเลย แล้วค่อนข้างจะมีปัญหาด้านจิตใจอย่างมากหลายเดือนเลย โชคดีที่ Pronto มีโครงการ Big Little แล้วโชคดีที่ได้ Big เป็นพี่ออน ซึ่งแทบจะไม่รู้จักเลยตอนแรก แต่ตลอดเวลาหลายเดือน แม้จะคุยกันไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่คุยกันจะได้มุมมองใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไปจากคนที่เคยมองอะไรอย่างที่ตัวเองเห็น กลายเป็นคนที่มองอะไรหลายมุมมากขึ้น เข้าใจโลกอย่างที่มันควรจะเป็นมากขึ้น และเข้าใจคำว่า Susu! ใน Pronto Value มากขึ้นด้วย</p>
<p><img src="/2017/1-roEcqosDOyaZuQFQh1QOOA_hu_4fb5120f7aafc954.webp"
       srcset="/2017/1-roEcqosDOyaZuQFQh1QOOA_hu_6e1ed7ac9ba5f297.webp 480w, /2017/1-roEcqosDOyaZuQFQh1QOOA_hu_4fb5120f7aafc954.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="720"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>ไปเป็น Product Owner งาน Woman Techmaker ที่ ม.เกษตร ศรีราชา</em></p>
<p>นอกจากงานประจำการอยู่ Pronto Tools นี่ก็ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับคนใหม่ๆ อยู่ตลอด นอกจากงาน Meetup ที่ไปกันเกือบตลอดแล้ว ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ได้ไป CE Smart Career แต่เปลี่ยนบริษัทก็แปลกดี แต่ก็ยังสนุกเหมือนเดิมที่ได้กลับไปโม้ให้น้องๆ ฟังว่าเราทำอะไร นอกจากนั้นยังจับพลัดจับพลูไปเป็น Product Owner ที่งาน Woman Techmaker ที่ ม.เกษตร ศรีราชา ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้ <a href="https://github.com/encode/apistar">APIStar</a> ปั้น API ขึ้นมาแบบด่วนๆ คืนเดียวเสร็จ มีไปเตะบอลกับตีปิงปองกับ Kaidee และอีกหลาย Event แต่ที่ชอบที่สุดของปีนี้คือการได้ไปโม้ Asynchronous Programming in Python ที่ Code Mania ด้วย 🐍</p>
<iframe width="200" height="113" src="https://www.youtube.com/embed/6Y5pROPf7BE?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
<p>นอกจากงานหลวงแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ทำงานนอกเยอะมาก ต้องขอบคุณฟอร์ซที่หางานมาให้ทำเรื่อยๆ ไม่งั้นคงไม่ได้เจอประสบการณ์ที่ต้องแบกคอมหนีพายุฝน น้ำท่วม คนรุมเป็นร้อย รับโหลดเป็นพัน ฯลฯ ข้อดีของการได้ทำงานนอกคือ ผมได้ทดลองอะไรใหม่ๆ เยอะมาก ฟอร์ซก็ได้ระบบที่ทำให้ Workflow มันดีขึ้นก็วินๆ ทั้งคู่ ถึงแม้ว่าบางช่วงมันจะเหนื่อยมากๆ เพราะ requirements เปลี่ยนบ่อย แต่โดยรวมแล้วก็มีความสนุกดี และคิดว่าคงจะได้ลุยอะไรมันๆ ด้วยกันอีกปีหน้า</p>
<p><img src="/2017/1-pNJpig69o6rMDGEVyNyx5w_hu_5391156d79343fcc.webp"
       srcset="/2017/1-pNJpig69o6rMDGEVyNyx5w_hu_dacdf10b2eda9b43.webp 480w, /2017/1-pNJpig69o6rMDGEVyNyx5w_hu_5391156d79343fcc.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="719"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีความทรงจำเยอะมาก</em></p>
<h1 id="travel-">Travel 🏝</h1>
<p>ปีนี้ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวบ่อยเหมือนปีที่ผ่านๆ มาเพราะงานยุ่งมากด้วยส่วนหนึ่ง ปีนี้ถ้าจะไปต่างจังหวัด ไม่กลับบ้านก็จะไปทำงานซะมากกว่า (ชลบุรี, ขอนแก่น) แต่ถ้าจะมีไปเที่ยวจริงๆ ก็มีที่ไปภูเก็ตครั้งแรกในชีวิต เพิ่งเคยนั่งเครื่องบินลอยอยู่เหนือทะเลครั้งแรก (ภาพเหมือนใน FSX มาก) แต่ก็ยังไม่รู้จักภูเก็ตเท่าไร ส่วนใหญ่อยู่บนรถมากกว่า</p>
<p>ถึงแม้จะเป็นเที่ยวจริงๆ จังๆ ครั้งเดียว แต่เป็นครั้งเดียวในปีนี้ที่รู้สึกผ่อนคลายมาก เหมือนทิ้งโลกไว้ข้างหลังในเวลาไม่กี่วัน ปีนี้เลยคุยกันกับตั๊กว่า ปีหน้าเราต้องไปเที่ยวให้บ่อยกว่านี้นะ แล้วเจอกันที่เชียงใหม่</p>
<p><img src="/2017/1-tbwhpmmstP_r9vC-sausRg_hu_bc90cb29206359d1.webp"
       srcset="/2017/1-tbwhpmmstP_r9vC-sausRg_hu_f4ffe831bcad5843.webp 480w, /2017/1-tbwhpmmstP_r9vC-sausRg_hu_bc90cb29206359d1.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="960"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>View from above VTSP</em></p>
<h1 id="อนๆ-">อื่นๆ 📦</h1>
<ul>
<li>ปีนี้ซื้อคีย์บอร์ดใหม่เป็น <a href="https://codekeyboards.com/">CODE Keyboard</a> (Tenkeyless) Brown switch เพราะว่าหนวกหู Ducky ตัวเก่ามาก</li>
<li>ปีนี้ซื้อ Fit Bit ซะทีเป็นอะไรที่อยากได้มาหลายปีมาก สุดท้ายซื้อ Surge เหตุผลเดียวเลยคือมันมี GPS ในตัว</li>
<li>ปีนี้ซื้อหูฟังใหม่ Marshall mid Bluetooth หลังจากซื้อไม่กี่วัน Marshall Mode EQ ตัวเก่า พังทันที คืองงมาก ฆ่าตัวตายเหรอ</li>
<li>ปีนี้ตอนเป็นลีดเดอร์ที่พรอนโต้ได้เริ่ม Policy ที่จะแชร์ Knowledge กันง่ายๆ โดยสร้างห้อง <strong>#learn-today</strong> ใน Slack ไม่เคยคิดเลยว่าห้องที่สร้างผ่านไปหลายเดือนก็ยังมีความ Active อยู่และหลายคนชอบถึงแม้จะไม่ได้โพสอะไรทุกวันเหมือนแรกๆ แล้วก็ตาม ไอเดียเริ่มต้นของห้องนี้มาจาก blog นี้</li>
</ul>
<blockquote>
<p><a href="https://m.signalvnoise.com/what-did-you-learn-at-work-today/">What did you learn at work today?</a>
Automatic check-ins is one of my favorite features in the new Basecamp 3. We have a bunch of them. Some social, like What are you reading? or What did you do this weekend?, others practical, like W…
— Signal v. Noise, DHH</p>
</blockquote>
<ul>
<li>ปีนี้คิดว่าจะย้ายมาเขียนบน Medium ละลาก่อน Blogger ที่อยู่คู่กันมานาน ว่างๆ ก็เข้าไปอ่านได้ที่ <a href="https://yothinix.blogspot.com/">https://yothinix.blogspot.com</a></li>
<li>ปีนี้เขียนบล็อคที่มีคนอ่านเกินพันวิวอยู่สองครั้งคือ</li>
</ul>
<blockquote>
<p><a href="https://yothinix.blogspot.com/2017/10/what-i-actually-do-when-i-have-to-go-to.html">What I actually do, when I have to go to work at 7.00</a>
เมื่อวานเป็นวันสุดท้ายที่ลีดเดอร์พี่แก้มกับนัทจะเป็นลีดเดอร์เลยมีเกมส์ส่งท้ายมาเล่นกัน เป็นเกมส์ให้สร้างคำจากตัวอักษรที่กำหนดให้ยาวที่สุด ใครยาวน้อยสุดคนนั้นจะโดนทำโทษจากกล่องทำโทษที่ทุกคนช่วยกันเขียนบทลงโทษกันมาทั้งทีม (ซึ่งปกติเอาไว้ทำโทษคนมาสาย) ทีนี้ผมแพ้เลยได้จับใบทำโทษมา 1 ใบโจทย์ คือ มาทำงานก…
— Blogger, Yothin Muangsommuk</p>
</blockquote>
<blockquote>
<p><a href="/10-python-libraries-we-like-2017/">10 Python libraries ที่เราชอบในปี 2017</a>
ช่วงท้ายปีเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่จะนั่งนึกถึงว่าเราทำอะไรมาบ้าง ตลอดปีที่ผ่านมา แล้วจะทำอะไรต่อไปในปีข้างหน้า ปกติแล้วทุกปีช่วงท้ายๆ ปีผมจะชอบรอ Tech Radar ออกซึ่งก็จะได้รู้จัก Tools และ Techniques ใหม่ๆ ที่ Proof แล้วว่
— Yothinix, Yothin Muangsommuk</p>
</blockquote>
<ul>
<li>ปีนี้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่สามชิ้นคือ โต๊ะกินข้าว ชั้นหนังสือ และก็โคมไฟ</li>
<li>ปีนี้ตัดแว่นไปสองครั้ง ครั้งที่สองถึงรู้ว่าสายตาตัวเองเปลี่ยนแล้วกลายเป็นเอียง 100 สั้น 50 ทั้งสองข้างเลย</li>
<li>ปีนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่คบกับใครเกินหนึ่งปี กะตั๊กได้ทำลายทุกสถิติที่โยธินมีก่อนหน้านี้หมดเกลี้ยง รวมทั้งน้ำหนักตัวของโยธินด้วยที่ทำ new high เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผ่านมาหนึ่งปีก็ยังยืนยันคำเดิมว่า <em>มีแฟนนี่แหละจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น</em></li>
<li><strong>Super bowl LI</strong> ดูอยู่ออฟฟิส Pronto และโชคดีที่ได้ดู เพราะเป็น Comeback ที่เป็นตำนานไปอีกหลายปีแน่ๆ</li>
<li>เพลงที่ฟังบ่อยที่สุดของปีนี้คือ <strong>I Got You</strong> ของวง Mild ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร เพราะไปทำงานกับฟอร์ซทุกครั้งก็เจอวง Mild ทุกครั้ง ฟังจนติดหูเลย</li>
<li>หนังที่ชอบปีนี้มี <strong>Dunkirk</strong> กับ <strong>Star Wars: The Last Jedi</strong> ปีนี้ดูหนังน้อยลงเยอะมาก และถ้าดูก็จะไปดูแต่ IMAX แทบไม่ได้ดูโรงธรรมดาเลย แต่ถ้าเป็นหนังที่ดูบ่อยที่สุดในปีนี้ก็จะมีสองเรื่องเหมือนกันคือ <strong>Moneyball</strong> ชอบดูเวลารู้สึกเหนื่อย ท้อแท้กับชีวิตเวลาเห็นชีวิตของ <em>Billy Beane</em> จะรู้สึกว่า <em>เห้ยมันยังมีคนที่เจอปัญหายากกว่าเราอยู่อีกนะ</em> กับ <strong>Arrival</strong> อันนี้เพราะกะตั๊กชอบดูมากแล้วต้องดูด้วย</li>
<li>ปีนี้ดูซีรีย์ไม่เยอะมากเพราะยังคง Commitment ที่จะเก็บ Star Trek ให้หมดอยู่ แต่ผ่านมาหนึ่งปีเต็มๆ นี่ก็ยังเก็บ <strong>Star Trek: The Next Generation</strong> ไม่หมด (เหลืออีก 2 Season) แถมปีนี้มี <strong>Star Trek: Discovery</strong> ออกมาอีกก็เลยยิ่งช้าไปอีก</li>
<li>ปีนี้ดู Talk Show สองครั้งหัวปีท้ายปีเลย รู้สึกดีใจที่ได้เห็นพี่ยูมาไกลขนาดนี้ จากวันที่เคยไปฟังที่ร้าน Z Book</li>
<li>ปีนี้ยังสอบนักบินไม่ติดอยู่ดี มันมีคำพูดนึงที่คนคุมสอบพูดไว้ในปีนี้ แล้วมันเจ็บลึกไปถึงข้างใน แต่ก่อนก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว คือ</li>
</ul>
<blockquote>
<p><em>มีความฝันอย่างเดียวไม่ได้… ต้องมีความพยายามด้วย บางคนสอบมาสามปี บางคนสอบมาสี่ปี…</em></p>
</blockquote>
<ul>
<li>สุดท้ายปีนี้มีนามบัตรแล้วหล่อมาก อิอิ ✨</li>
</ul>
<p><img src="/2017/1-rJC8NHCdq_sMC_VvcdgX4Q_hu_b5c33914ad039657.webp"
       srcset="/2017/1-rJC8NHCdq_sMC_VvcdgX4Q_hu_8e485013894c23f8.webp 480w, /2017/1-rJC8NHCdq_sMC_VvcdgX4Q_hu_b5c33914ad039657.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="960"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>รับจ้างเขียนงู ทั่วราชอาณาจักร</em></p>
<hr>
<p>Original post at: <a href="https://yothinix.medium.com/2017-7e8c5e8a7598">https://yothinix.medium.com/2017-7e8c5e8a7598</a></p>
]]></content:encoded></item><item><title>HOW 21 YEARS OLD GOING SO FAST, AND WHAT THEN…</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/</link><pubDate>Sun, 13 Oct 2013 00:00:00 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/</guid><description>&lt;p&gt;วันที่ 9 ที่ผ่านมาวันคล้ายวันเกิดผมเองครับ แต่ละปีผ่านไปเราถูกบอกว่าเราแก่ขึ้นแล้วนะ ภาระความรับผิดชอบเยอะขึ้นแล้วนะ นั่นคือสิ่งที่เราดำเนินไปและกำลังดำเนินต่อไปทุกวินาทีที่เราใช้ชีวิตอยู่ สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้เกี่ยวกับ Agile มาคือ การมองย้อนกลับไปหรือที่ชุมชนชาว Agile เรียกกันว่า Retrospective ไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเลย ไม่ใช่การมองอดีตจะเป็นการเสียเวลาอย่างเดียว แต่เป็นการทำให้เรารู้ว่าเราเคยทำอะไรดีๆ มาบ้าง, เคยผิดพลาดตรงไหน และเราจะปรับปรุงมันได้อย่างไร ฟังดูคุ้นๆ ใช่มั้ยครับ Good, Bad, Try นั่นเอง แต่เราจะพูดถึงสิ่งนี้ทีหลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ถ้านับเป็นเวอร์ชั่นของ Software คงเรียกได้ว่าเป็น Major Change เลยทีเดียว ลองไล่ดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="https://yothinix-com.pages.dev/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/DAN_4997_hu_a84455d33e84da64.webp"
srcset="https://yothinix-com.pages.dev/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/DAN_4997_hu_a84455d33e84da64.webp 480w"
sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
width="480" height="318"
alt=""
loading="lazy" decoding="async"&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h2 id="foreign-student-internship-program-2013--us-embassy-bangkok"&gt;Foreign Student Internship Program 2013 @ U.S. Embassy Bangkok&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด จริงๆ แล้วผมตั้งใจจะเขียนเรื่องฝึกงานเต็มๆ ซักตอนนึงเลย แต่ไม่มีโอกาสซักที ตอนนี้เลยเอาแบบย่อๆ ไปก่อน คือ ช่วงประมาณปลายเดือนกันยายน ของปีที่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาของนักศึกษาปี 3 ทีต้องเริ่มหาที่ฝึกงานแล้ว ซึ่งจริงๆ ในตอนนั้นผมก็เล็งไว้หลายที่มาก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้สมัครที่ไหน โครงการ FNSIP2013 ผมรู้จักจากคนใกล้ตัวนี้เอง ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่เคยคิดว่าจะมีโปรแกรมแบบนี้อยู่ในโลก อาจจะเป็นเพราะการที่เราเรียนในสายวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้ไม่ค่อยสนใจ การฝึกงานในองค์กรอะไรแบบนี้นัก เพราะส่วนใหญ่มักมุ่งไปแต่เอกชนอย่างเดียว&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 9 ที่ผ่านมาวันคล้ายวันเกิดผมเองครับ แต่ละปีผ่านไปเราถูกบอกว่าเราแก่ขึ้นแล้วนะ ภาระความรับผิดชอบเยอะขึ้นแล้วนะ นั่นคือสิ่งที่เราดำเนินไปและกำลังดำเนินต่อไปทุกวินาทีที่เราใช้ชีวิตอยู่ สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้เกี่ยวกับ Agile มาคือ การมองย้อนกลับไปหรือที่ชุมชนชาว Agile เรียกกันว่า Retrospective ไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเลย ไม่ใช่การมองอดีตจะเป็นการเสียเวลาอย่างเดียว แต่เป็นการทำให้เรารู้ว่าเราเคยทำอะไรดีๆ มาบ้าง, เคยผิดพลาดตรงไหน และเราจะปรับปรุงมันได้อย่างไร ฟังดูคุ้นๆ ใช่มั้ยครับ Good, Bad, Try นั่นเอง แต่เราจะพูดถึงสิ่งนี้ทีหลัง</p>
<p>ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ถ้านับเป็นเวอร์ชั่นของ Software คงเรียกได้ว่าเป็น Major Change เลยทีเดียว ลองไล่ดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/DAN_4997_hu_a84455d33e84da64.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/DAN_4997_hu_a84455d33e84da64.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="318"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h2 id="foreign-student-internship-program-2013--us-embassy-bangkok">Foreign Student Internship Program 2013 @ U.S. Embassy Bangkok</h2>
<p>เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด จริงๆ แล้วผมตั้งใจจะเขียนเรื่องฝึกงานเต็มๆ ซักตอนนึงเลย แต่ไม่มีโอกาสซักที ตอนนี้เลยเอาแบบย่อๆ ไปก่อน คือ ช่วงประมาณปลายเดือนกันยายน ของปีที่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาของนักศึกษาปี 3 ทีต้องเริ่มหาที่ฝึกงานแล้ว ซึ่งจริงๆ ในตอนนั้นผมก็เล็งไว้หลายที่มาก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้สมัครที่ไหน โครงการ FNSIP2013 ผมรู้จักจากคนใกล้ตัวนี้เอง ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่เคยคิดว่าจะมีโปรแกรมแบบนี้อยู่ในโลก อาจจะเป็นเพราะการที่เราเรียนในสายวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้ไม่ค่อยสนใจ การฝึกงานในองค์กรอะไรแบบนี้นัก เพราะส่วนใหญ่มักมุ่งไปแต่เอกชนอย่างเดียว</p>
<p>ในเวลานั้นตอนแรกผมยื่นสมัครไปเฉยๆ ไม่เคยคิดเลยว่าจะติดเพราะว่าเกรดไม่ถึงแต่แรก แค่ยื่นไปเฉยๆ หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้คิดถึงมันอีก จนไปสมัครฝึกงานกับบริษัทอีก 2-3 แห่งจนได้ที่ฝึกงานแน่ๆ แล้ว ปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ผมได้รับจนหมายตอบกลับจากทางสถานทูตสหรัฐฯ ว่าตอบรับเข้าฝึกงานแล้ว ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดครั้งนึงในชีวิต เพราะผมต้องเลือกระหว่างไปฝึกงานในบริษัทที่ตรงตามสายงานที่ถนัดและอยากทำ (ในตอนนั้น) จริงๆ กับสถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเหมือนดินแดนลับแลในเวลานั้น เพราะผมไม่รู้อะไรเลย หลังจากปรึกษากับหลายๆ คนผมก็ตัดสินใจเลือกที่นี่ครับ</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/048ccadabdd711e2a34e22000ae91355_7_hu_cf57ab88d71d1cd.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/048ccadabdd711e2a34e22000ae91355_7_hu_cf57ab88d71d1cd.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="480"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<p>ผมพูดถึงเรื่องงานที่ทำที่นั่นไม่ได้มาก แต่บอกได้เลยว่าผมไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เลือกฝึกงานที่นี่ ช่วงเวลานั้นผมได้รู้จักกับคนดีๆ เก่งๆ หลายคนมากซึ่งการได้เจออะไรแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกตัวลีบลงทันที (อย่างที่บอกแต่แรกว่าเกรดผมไม่ถึงเกณฑ์สมัครด้วยซ้ำ) แต่พอรู้จักกันจริงๆ ถึงได้เริ่มรู้ว่าแต่ละคนที่โครงการคัดเลือกมาจะมีความพิเศษและแตกต่างกันไป ตามแต่ละแผนกที่แต่ละคนไปทำ ซึ่งข้อสำคัญคือ ผมเป็นวิศวฯ คนเดียวในรุ่นที่ฝึกงานด้วยกัน เป็นคนเดียวของมหาลัยตัวเองที่มาฝึกที่นี่ ผมอาจจะไม่พิเศษแต่อย่างน้อยแตกต่างกว่าชาวบ้านแน่นอน</p>
<p>การที่ผมไม่ได้ทำการในสายงานที่ถนัด (System Admin) แต่มาทำงานที่นี่เปลี่ยนผมให้กลับมารักการเขียนโปรแกรมอีกครั้ง แม้จะไม่ได้เขียนโปรแกรมจริงๆ มากมายก็ตาม แต่การได้อยู่ท่ามกลางโปรแกรมเมอร์กับเทสเตอร์ที่มีประสบการณ์หลายปี มันทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับอาชีพนี่ของผมเปลี่ยนไปเลย และเมื่อจบการฝึกงานที่นี่ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาผมรู้ตัวเลยว่าผมอยากจะทำประกอบอาชีพอะไรในอนาคต</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/53723e70cbea11e2859c22000a9f0a20_7_hu_77dace96d6e1958c.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/53723e70cbea11e2859c22000a9f0a20_7_hu_77dace96d6e1958c.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="480"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h1 id="agile-thailand-2013">Agile Thailand 2013</h1>
<p>ถ้าการฝึกงานยังทำให้ผมชัดเจนในความชอบเขียนโปรแกรมมากแค่ไหน งาน Agile Thailand 2013 ที่จัดขึ้นหลังจากผมฝึกงานได้ไม่นาน ก็เป็นตัวช่วยตอกย้ำที่ดีว่าโลกของ Programmer มันไม่ได้มีแค่การเขียนโปรแกรมแต่เพียงอย่างเดียว ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมรู้จักกับงานนี้ได้ไง แต่ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ผมไปแล้วไม่ผิดหวังเลย</p>
<p>จริงๆ ผมน่าจะเคยพูดไปในบางเอนทรี่ก่อนหน้านี้แล้วว่าผมรู้จัก Agile มาก่อนงานนี้แล้ว แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ผิวและผมเห็นว่ามัน &ldquo;ดี&rdquo; แต่พอไปงานนี้ผมถึงกับหลงรักมัน มันไม่ใช่แค่ขั้นตอนการทำงานให้เสร็จ (Getting things done) แต่มันคือ จิตวิญญาณของการทำงานให้เสร็จ และผมเห็นภาพจากหลาย Session เลยว่า สิ่งที่เราเรียนในระดับมัธยมและมหาลัย เกี่ยวกับ Programming มันเป็นแค่ Core 20% ซึ่งก็คือ การเขียนโปรแกรม แต่อีก 80% ที่เหลือไม่ว่าจะเป็น Project Management Workflow, Continuous Integration และการ Test หลายๆ แบบอะไรเหล่านี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าการเป็นโปรแกรมเมอร์มันเท่ห์ และเราสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพจริงๆ มากกว่ามานั่งเถียงกันว่า &ldquo;ก็โค้ดของเมิงมัน Error อ่ะ&rdquo; อะไรประมาณนี้</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/5fb88d26220011e39caa22000a1f96f6_7_hu_195f66ff6349f73a.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/5fb88d26220011e39caa22000a1f96f6_7_hu_195f66ff6349f73a.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="480"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h1 id="project-i">Project I</h1>
<p>นอกเหนือจากเรื่องฝึกงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่บังคับให้เราต้องมีความรับผิดชอบและทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็คือ Project ครับ สิ่งที่นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แทบทุกคนต้องเจอ ตอนเริ่มต้นปี 4 ใหม่ๆ ผมยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนนักว่าจะทำ Project เรื่องอะไร มันเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากลำบากอีกเรื่องหนึ่งในการมีไอเดียหลายไอเดียแล้วต้องประเมินว่าไอเดียไหนที่เราสามารถทำเสร็จได้จริงภายในหนึ่งปี ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวแปรเวลาเพียงอย่างเดียวเท่านั้นส่งผลถึงงาน แต่รวมถึงความสามารถของตัวเองและเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย</p>
<p>เวลา 4 สัปดาห์แรกหลังจากยื่นหัวข้อแรกไป ผมมั่นใจมากกว่าต้องทำได้ เพราะผมมีเครื่องมือในการทำ Project ชั้นดีซึ่งก็คือ Agile แต่พอเข้าสัปดาห์ที่ 5 ผมรู้เลยว่าผมไม่สามารถทำมันให้เสร็จได้ภายใน 1 ปี จริงๆ แล้วรายละเอียดเรื่องของ Project สามารถอ่านได้อย่างละเอียดใน Change ตอนที่ 1 และ Change ตอนที่ 2 ซึ่งเขียนขึ้นหลังช่วงเวลาที่ผมเปลี่ยน Project ใหม่</p>
<p>ตอนนี้ผมมีความสุขดีครับกับ Project ปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับมันคือ การล้มเหลวไม่ใช่ทางเลือกที่แย่ที่สุด แต่ความกล้าที่จะบอกว่าตัวเองล้มเหลวในสิ่งที่ตัวเองทำนั้นต่างหากเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะถ้าผมไม่ยอมรับว่าผมล้มเหลวแล้วดันทุรังต่อไป ตอนนี้ผมอาจจะไม่รู้สึกดีอย่างที่เป็นอยู่ก็เป็นได้ และนอกจากนั้นแล้วยังต้องขอบคุณทีมโปรเจ็ค ที่ซึ่งถ้าไม่มีพวกเขาพร้อมกับความเปิดใจรับ Agile เข้าไป ผมก็ไม่สามารถทำงานนี้ให้สำเร็จลงไปได้</p>
<h1 id="chance">Chance</h1>
<p>พอเราใกล้จะเรียนจบ พอเราสั่งสมประสบการณ์และความสามารถมาตลอด 3 ปีในมหาลัย ปีนี้เป็นปีที่ผมบอกได้เลยว่าเป็นปีที่มีโอกาสเข้ามามากที่สุดในชีวิต ในหลายๆ รูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งผมอาจจะไม่สามารถบอกได้ตรงๆ ว่ามันคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับมันคือ ผมเป็นคนที่จะไม่ทิ้งโอกาสถ้ามันมาถึงตรงหน้าแล้ว แต่ก็ไม่รั้งโอกาสจากคนอื่น ถ้าผมรู้ตัวแล้วว่าผมทำมันไม่ได้จริงๆ</p>
<p>จริงๆ แล้วที่ผมจะมีพูดวันนี้หลักๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่พูดมาตั้งแต่แรกเลย จุดมุ่งหมายหลักของเอนทรี่นี้คือผมต้องการจะกำหนดเป้าหมายให้ตัวเองครับ จริงๆ ผมวางแผนจะทำอะไรแบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่พอผ่านวันสำคัญไปนานๆ ความตั้งใจในตอนแรกมันก็จะลดน้อยลงจน ผมลืมมันไปในที่สุด แต่ปีนี้ผมไม่ลืมแล้วครับ ผมได้ลิสต์เป้าหมายของผมที่ต้องทำให้เสร็จในปีนี้ไว้แล้ว ดังต่อไปนี้</p>
<h1 id="1-blog-entry-per-week">1 Blog entry per week</h1>
<p>ผมเคยเป็นคนที่ชอบการเขียนมากครับ ผมเขียน Blog ครั้งแรกตอนอยู่ ม.2 และก็ยังคงเขียนมาตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ ผมเขียนมันน้อยลงครับ อาจเป็นเพราะเรามี Facebook, Twitter ทำให้การเขียนของเราเกิดขึ้นทุกวันจนเราไม่รู้สึกว่าเราจะเขียนอะไรอีกต่อไป ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันมีเรื่องให้เราเขียนยาวๆ ได้มากกว่าใน Facebook ที่หลายๆ คนมองว่ามันเป็นการสร้างภาพเสมอ</p>
<p>จริงๆ โครงการนี้ผมเริ่มมาซักพักแล้วด้วยการบังคับตัวเองให้เขียนเป็นซีรีย์ ข้อดีของการเขียนเป็นซีรีย์คือ เราไม่ต้องคิดหัวข้อใหม่ให้มันมากเราก็มีอะไรให้เขียนได้เสมอ ตัวอย่างของซีรีย์ที่ได้เริ่มไว้แล้วตอนนี้มี 2 โครงการคือ Change ที่กำลังจะจบในเร็วๆ นี้และต่อด้วยซีรีย์ใหม่ที่พูดถึง Project II ในภาพรวมทั้งหมด อีกโครงการหนึ่งคือ Team Development Environment &amp; Workflow (TDE&amp;W) ซึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับการทำงานใน Project เช่นเดียวกัน แต่ในซีรีย์นี้จะลงลึกในเนื้อหาของ Technical, Workflow และ Project Management มากกว่าก็ต้องดูไปว่าจะทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/clean_code_hu_5c9513fa52d852d3.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/clean_code_hu_5c9513fa52d852d3.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="637"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h1 id="book-list">Book list</h1>
<p>มีคนเคยบอกไว้ว่าการที่เราจะเขียนได้มาก เราก็ต้องอ่านมากเช่นกัน ผมมีหนังสือ List ไว้ว่าอยากจะอ่านจบภายในปีนี้ หรือถ้าให้ดีภายในปีใหม่ที่จะถึงนี้เลย (ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน) คือ Code Clean, Agile Samurai, Pro git และ Ruby on Rails Tutorials ซึ่งถ้าผมอ่านจบแล้ว แน่นอนว่าได้มาเขียน Review ลงใน Blog แห่งนี้แน่นอนอันเป็นจุดประสงค์ที่ส่งเสริมกับเป้าหมายแรกเป็นอย่างดี และแน่นอนว่ามันไม่ได้หมดแค่ 4 เล่มนี้ ซึ่งเป็นเพียงขั้นต้นที่ อยากอ่านมานานแล้วว้อยย</p>
<h1 id="programmerตองม6pack-season-2">Programmerต้องมี6Pack Season 2</h1>
<p>ผมจำได้แม่นเลยว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วน้ำหนักเฉลี่ยของผมอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 65 ซึ่งถ้าเทียบกับตอนนี้ถือว่า ผอมมาก&hellip; ไม่ใช่สิ โคตรผอมเลย งั้นคงรู้แล้วสินะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น โครงการ Programmerต้องมี6Pack นี้จริงๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนคิดหรอกครับ ผมเอาแนวคิดมาจากพี่ @Juacompe ซึ่ง เป็นหนึ่งในโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพ (ความหล่อ) ให้กับ Programmer โดยแท้ ถ้าอยากรู้รายละเอียดดูตามวิดีข้างล่างได้เลยครับ</p>
<iframe width="200" height="150" src="https://www.youtube.com/embed/XfTu6fBCsqI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
<p>สำหรับเป้าหมายของผมเองนั้นอาจจะไม่ถึงขั้น 6 Pack สำหรับปีแรกแต่แน่นอนว่าต้องลดให้ได้ไม่ใช่แค่ให้ได้แต่เยอะด้วยวิธีการอยู่ในวิดีโอข้างต้นแล้วครับและถ้ามีโอกาสผมก็จะมาเขียนประสบการณ์ในโครงการนี้ลงที่นี่แน่นอน (นอกจากบ่นใน Facebook และ Twitter แล้ว)</p>
<h1 id="project-user-acceptant-test-before-new-year">Project: User Acceptant Test Before New Year</h1>
<p>เป้าหมายสำคัญของ Project ที่ผมตั้งไว้แล้ว ตั้งแต่สอบ Project I เสร็จคือ ผมต้องทำ Product ตัวนี้ให้พร้อมสำหรับ User Acceptant Test ภายในปีใหม่ที่จะถึงนี้ครับ เวลา 3 เดือนสำหรับคนมีประสบการณ์ PHP Framework แบบผ่านๆ กับทีมอีก 2 คนที่เหลือที่ไม่ต่างกันนัก ต้องคอยดูว่าจะทำได้มั้ย ซึ่งถ้าทำไม่ได้มันจะส่งผลกระทบกับตารางชีวิตในเดือนมกราคมหลายอย่างเลยครับ</p>
<p>วิธีการ ก่อนหน้าจะเขียนเอนทรี่นี้ผมเพิ่งอ่านเรื่อง 100 Days Goal ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีนการทำโครงการซักโครงการหนึ่งให้สำเร็จ รายละเอียดตอนนี้ยังพูดไม่ได้มาก ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังแน่นอน</p>
<h1 id="มงานทำ">มีงานทำ</h1>
<p>อันนี้แน่นอนครับ ปีหน้าเวลานี้ ผมควรจะ &ldquo;มีงานทำ&rdquo; เป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว บริษัทในใจก็มีอยู่ ความฝันในใจก็มี ตอนนี้สำหรับผมเหลือเพียงแต่ว่า ผมจะทำมันได้จริงหรือไม่ แค่นั้น</p>
<h1 id="มเงนเกบ-20k">มีเงินเก็บ 20k</h1>
<p>สำหรับใครที่มองว่าเงินเก็บ 20k น้อยนั้น ผมขออธิบายอย่างนี้ครับ คือ จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่เก็บเงินไม่เก่งเลยในบางครั้งและเก่งโคตรในบางครั้ง มันเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะฉะนั้นการกำหนดเป้าหมายซัก 20k ถือเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น บางทีผมอาจจะเก็บได้มากกว่านั้นก็ได้ใครจะไปรู้ ผมยังไม่รู้เลย</p>
<h1 id="หาเรองไป-silicon-valley-ใหได">หาเรื่องไป Silicon Valley ให้ได้</h1>
<p>อันนี้แหละครับเป็นความฝันของจริง ตอนเรียนอาจจะทำไม่ได้เนื่องจาก ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินทุนเป็นของตัวเอง แต่พอทำงานได้แล้ว ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้มันเป็นจริง เหตุผลที่อยากไป นอกจากจะไปสัมผัสโลกของ Developer ระดับโลกแล้ว ยังเป็นการไปหาโอกาสอีกทางหนึ่งอีกด้วย เป้าหมายนี้ไม่เกิน ตุลาคมปีหน้าครับ</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/509da5e6238711e38dc722000a1fbcbc_7_hu_65cd8630737f6eda.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/509da5e6238711e38dc722000a1fbcbc_7_hu_65cd8630737f6eda.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="480"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h1 id="speaker-at-barcamp-bangkhen5">Speaker at Barcamp Bangkhen#5</h1>
<p>จริงๆ มันเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ไปงาน BCBK#1 แล้วแต่ผมพลาด BCBK ครั้งที่ 2 กับ 3 ไปและได้มีโอกาสมาอีกครั้งในครั้งที่ 4 และพบว่างานเปลี่ยนไปมาก อย่างไรก็ตาม ในเมื่อตั้งใจแล้ว ถ้ามันไม่หนักหนาเกินไปผมก็ตั้งใจจะทำให้มันจริง และยิ่งมีเรื่องที่อยากจะพูดอยู่ในใจแล้ว ผมว่าเป้าหมายอันนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย</p>
<p><img src="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/angularjs-logo_hu_d32d392eee486d50.webp"
       srcset="/how-21-years-old-going-so-fast-and-what-then/angularjs-logo_hu_d32d392eee486d50.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="124"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h1 id="proficient-in-codeigniter-ruby-on-rails-angularjs-vim-git-scrum">Proficient in CodeIgniter, Ruby on Rails, AngularJS, Vim, Git, Scrum</h1>
<p>เป้าหมายสุดท้าย ที่มันอยู่สุดท้าย เพราะผมคิดว่ามันทำได้ยากสุดครับ ฮ่าๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าผมตั้งเป้าหมายไว้แล้ว ก็อยากจะทำให้ดีที่สุด จริงๆ แล้วเทคโนโลยีในอีก 1 ปีข้างหน้าอาจจะเปลี่ยนไป งานที่ผมทำอาจจะไม่มีโอกาสให้ผมได้ฝึกฝนในสิ่งเหล่านี้ แต่อย่างน้อยลองดูก็ไม่เสียหาย และดีกว่าถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน</p>
<p>หมดแล้วครับสำหรับปีนี้ อีก 1 ปีมาค่อยดูกันว่าผมจะทำได้จริงมั้ย ขอบคุณทุกคนที่มาอวยพรทั้งใน Facebook, Twitter, LINE, SMS หรือแม้กระทั้ง E-mail ขอบคุณทุกคนอีกครั้งครับ</p>
<p>ปล.ปีนี้ผมสนองความอยากของตัวเองด้วยการใช้เงินเก็บที่มีไปคว้า XBOX360 Wireless Controller มาใช้เป็นของตัวเอง ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ดีกว่า Controller ตัวละ 299.-ปล2.เรื่องฝึกงานว่าจะเขียนสั้นๆ เอาไปเอามายาวสุดเลย :)</p>
<hr>
<p>Original post at: <a href="https://yothinix.blogspot.com/2013/10/how-21-years-old-going-so-fast-and-what.html">https://yothinix.blogspot.com/2013/10/how-21-years-old-going-so-fast-and-what.html</a></p>
]]></content:encoded></item></channel></rss>