<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes"?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><title>Running on yothinix</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/tags/running/</link><description>Recent content in Running on yothinix</description><generator>Hugo</generator><language>en-us</language><lastBuildDate>Sun, 13 Oct 2024 22:37:35 +0700</lastBuildDate><atom:link href="https://yothinix-com.pages.dev/tags/running/index.xml" rel="self" type="application/rss+xml"/><item><title>ผมไปตรวจ VO2 Max มาครับ แล้วมันดีมากๆ</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/vo2max-test/</link><pubDate>Sun, 13 Oct 2024 22:37:35 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/vo2max-test/</guid><description>&lt;h2 id="ขอยอนความกอน-ถาใครสนใจแคเรองการตรวจ-vo2-max-จะขามสวนนไปเลยกไดครบ"&gt;ขอย้อนความก่อน ถ้าใครสนใจแค่เรื่องการตรวจ VO2 Max จะข้ามส่วนนี้ไปเลยก็ได้ครับ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;ต้องย้อนไปว่าปีนี้ผมกลับมาวิ่งแล้วครับ หลังจากหยุดวิ่งจริงจังไปหลายปีมากๆ แล้วผมจะมีความคาใจอยู่นานตั้งแต่สมัยวิ่งไปถึง Half Marathon แล้วว่าผมไม่สามารถวิ่งยาวๆ จนจบได้เลย แต่เป็นวิ่งสลับเดินมาตลอด ถึงแม้จะพยายามเก็บระยะ จะพยายามซ้อมตามตารางแล้วก็เถอะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนกลับมาวิ่งรอบนี้ผมตั้งเป้าหมายง่ายมาก (น่าจะง่ายแหละ) คือขอแค่วิ่งยาวๆ จบ ไม่ต้องหยุดเดินตามระยะที่ต้องการได้ก็พอ ทีนี้พอเข้าโปรแกรมซ้อมกับนาฬิกา สิ่งที่ค้นพบหลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์คือ ผมกลับมา Loop เดิมคือยังวิ่งตามโปรแกรมซ้อมจนจบไม่ได้ Pace ลั่น จนหมดแรงแล้วก็เดินอีกแล้ว จนเริ่มเรียนรู้ที่จะคุม Pace ให้เป็นซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนมาก เพราะผมเริ่มวิ่งได้ไกล ได้นานขึ้นเรื่อยๆ แล้วพัฒนาการมันเพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 3/4 ของโปรแกรมมันก็ถึงจุดที่ผมกลับมาคาใจอีก ผมเริ่มที่จะรู้สึกว่า Hit-the-wall เหมือนมีกำแพงที่ข้ามไปไม่ได้คือไป Pace ที่ต้องการไม่ได้ซักที อีกจุดที่คาใจคือ เริ่มรู้สึกว่านาฬิกามันโชว์ Heart Rate Zone แปลกๆ เวลาวิ่งคือไป Zone 3-4 ทั้งๆ ที่ผมรู้สึกว่าเอะ มันก็ยังไม่เหนื่อยนี่หว่า แต่บางวัน Zone 4 ก็เหนื่อยมากๆ เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติละ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จังหวะนั้นคือเริ่มมองหาตัวช่วยละ เลยไปเจอใน &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=u-5UOPwCWHk"&gt;The Running Channel&lt;/a&gt; ว่ามันมีตรวจอะไรแบบนี้ด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเลยมาเจอของไทยมีหลายที่เลย แต่ผมเจอของ &lt;a href="https://www.facebook.com/HPTThailand"&gt;Health Performance Team&lt;/a&gt; กับ&lt;a href="https://www.facebook.com/akanismd"&gt;คุณหมอแอร์&lt;/a&gt;ที่เป็นนักกีฬาด้วย เลยตัดสินใจนัดเลย&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<h2 id="ขอยอนความกอน-ถาใครสนใจแคเรองการตรวจ-vo2-max-จะขามสวนนไปเลยกไดครบ">ขอย้อนความก่อน ถ้าใครสนใจแค่เรื่องการตรวจ VO2 Max จะข้ามส่วนนี้ไปเลยก็ได้ครับ</h2>
<p>ต้องย้อนไปว่าปีนี้ผมกลับมาวิ่งแล้วครับ หลังจากหยุดวิ่งจริงจังไปหลายปีมากๆ แล้วผมจะมีความคาใจอยู่นานตั้งแต่สมัยวิ่งไปถึง Half Marathon แล้วว่าผมไม่สามารถวิ่งยาวๆ จนจบได้เลย แต่เป็นวิ่งสลับเดินมาตลอด ถึงแม้จะพยายามเก็บระยะ จะพยายามซ้อมตามตารางแล้วก็เถอะ</p>
<p>จนกลับมาวิ่งรอบนี้ผมตั้งเป้าหมายง่ายมาก (น่าจะง่ายแหละ) คือขอแค่วิ่งยาวๆ จบ ไม่ต้องหยุดเดินตามระยะที่ต้องการได้ก็พอ ทีนี้พอเข้าโปรแกรมซ้อมกับนาฬิกา สิ่งที่ค้นพบหลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์คือ ผมกลับมา Loop เดิมคือยังวิ่งตามโปรแกรมซ้อมจนจบไม่ได้ Pace ลั่น จนหมดแรงแล้วก็เดินอีกแล้ว จนเริ่มเรียนรู้ที่จะคุม Pace ให้เป็นซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนมาก เพราะผมเริ่มวิ่งได้ไกล ได้นานขึ้นเรื่อยๆ แล้วพัฒนาการมันเพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้</p>
<p>แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 3/4 ของโปรแกรมมันก็ถึงจุดที่ผมกลับมาคาใจอีก ผมเริ่มที่จะรู้สึกว่า Hit-the-wall เหมือนมีกำแพงที่ข้ามไปไม่ได้คือไป Pace ที่ต้องการไม่ได้ซักที อีกจุดที่คาใจคือ เริ่มรู้สึกว่านาฬิกามันโชว์ Heart Rate Zone แปลกๆ เวลาวิ่งคือไป Zone 3-4 ทั้งๆ ที่ผมรู้สึกว่าเอะ มันก็ยังไม่เหนื่อยนี่หว่า แต่บางวัน Zone 4 ก็เหนื่อยมากๆ เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติละ</p>
<p>จังหวะนั้นคือเริ่มมองหาตัวช่วยละ เลยไปเจอใน <a href="https://www.youtube.com/watch?v=u-5UOPwCWHk">The Running Channel</a> ว่ามันมีตรวจอะไรแบบนี้ด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเลยมาเจอของไทยมีหลายที่เลย แต่ผมเจอของ <a href="https://www.facebook.com/HPTThailand">Health Performance Team</a> กับ<a href="https://www.facebook.com/akanismd">คุณหมอแอร์</a>ที่เป็นนักกีฬาด้วย เลยตัดสินใจนัดเลย</p>
<h2 id="การนดหมายกบการเตรยมตว">การนัดหมายกับการเตรียมตัว</h2>
<p>อย่างแรกคือการนัดหมายคือทักไปในเพจ <a href="https://www.facebook.com/HPTThailand">Health Performance Team</a> เลยครับ แล้วเดี๋ยวมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา จริงๆ มีหลายโปรแกรมตรวจให้เลือกด้วย แต่ผมเลือกเป็น VO2 Max เลยเพื่อมาตอบคำถามที่คาใจตัวเองอยู่</p>
<p>หลังจากนัดหมายเสร็จก่อนวันตรวจจริงมีเจ้าหน้าที่โทรมายืนยันนัดหมายอีกที แล้วก็บอกให้เตรียมตัวเช่น งดออกกำลังกายหนัก นอนอย่างน้อย 8 ชม. งดอาหารอย่างน้อย 4 ชม. แล้วก็เตรียมชุดกีฬากับรองเท้ากีฬามาเปลี่ยนด้วย</p>
<p><img src="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-21.55.52_hu_697f5da2d50c69d8.webp"
       srcset="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-21.55.52_hu_abb08f571a637948.webp 480w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-21.55.52_hu_697f5da2d50c69d8.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="1573"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h2 id="การทดสอบ">การทดสอบ</h2>
<p>พอถึงวันจริงเจอคุณหมอแอร์ตามเวลาครับ หมอจะซักประวัติก่อนต่อจากที่พยาบาลถามเบื้องต้นมาก่อนหน้านี้ ถามไปถึงค่าที่ตรวจสุขภาพมาก่อนหน้านี้ก็เลยเอาผลแล็บให้หมอดูด้วยเลยไปถึงโรคประจำตัวถึงรุ่นบรรพบุรุษเลย เรียกได้ว่าถามละเอียดมากๆ</p>
<p>ถามประวัติเสร็จก็ถึงเวลาทดสอบ อย่างแรกคือใส่หน้ากากที่จะต่อไปกับถังอากาศก่อน ซึ่งที่เคยดูๆ รีวิวจากหลายๆ ที่มาจะชอบบอกว่าหน้ากากจะรัดแน่นมาก แต่ผมว่าถึงแค่ระดับกระชับไม่ถึงกับอึดอัดครับ แล้วยังหายใจได้ ตรงหัวมันจะมีเหมือนพัดลมคอยพัดอากาศเข้ามาให้เราอีกที</p>
<p>อย่างที่สองคือติดเหมือนตัววัดคลื่นหัวใจ ซึ่งติดไว้หลายจุดหลายมุมมาก 10 กว่าจุด รวมถึงสายวัด Heart rate ที่หน้าอกด้วย ณ จุดนี้คือตรงหน้าท้องไปจนถึงหน้าอก เต็มไปด้วยอุปกรณ์พะรุงพะรังเต็มไปหมด ถึงจุดนี้คือเริ่มกังวลละว่าจะวิ่งได้ปะวะ ของห้อยเยอะขนาดนี้ พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงขึ้นสายพานครับ ซึ่งคุณนักวิทยาศาสตร์การกีฬาก็มาอธิบายวิธีการทดสอบเพิ่ม ว่าสายพานจะเร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้วให้เรายกมือบอกระดับความเหนื่อยของเรา ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาทดสอบจริง</p>
<p>ขั้นแรกของการทดสอบคือ ยืนนิ่งๆ 90 วิครับ หลังจากนั้นลู่วิ่งจะเริ่มเคลื่อนตั้งแต่ช้าๆ แล้วเร็วขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นคุณนักวิทย์ก็จะถามเรื่อยๆ ว่าระดับความเหนื่อยถึงไหนแล้วเช่น ถ้าถึงระดับ 5 แล้วยกมือบอกครับ ซึ่งช่วงแรกๆ มันก็ช้ามากๆ แต่ความเข้มข้นมันเริ่มตอนที่มันเร็วพอที่เราจะต้องก้าววิ่งนี่แหละครับ จังหวะนั้นคือค่อยๆ ไล่ไปเรื่อยๆ  6 7 8 จากที่เคยหายใจแค่จมูกก็เริ่มใช้ปากช่วย จากตอนแรกที่รู้สึกว่าวิ่งได้เรื่อยๆ เริ่มวิ่งเซไปทางขวาของลู่เรื่อยๆ จนทุกคนต้องคอยบอกให้กลับมาทางซ้าย พอถึงระดับ 8 ใกล้ๆ 9 ตอนนั้นคือหายใจถี่มากๆ หายใจดังมากๆ ได้ยินคุณหมอถาม กต ว่าปกติผมหายใจแรงแบบนี้มั้ย เป็นหอบหืดมั้ย แต่ตอนนั้นคือหายใจจะไม่ทันละ เลยถึงจุดที่พอละก็ยกมือบอก คุณนักวิทย์ฯ ก็ช่วยนับถอยหลังให้ หลังจากนั้นลู่วิ่งก็ค่อยๆ ลดความเร็วลงเรื่อยๆ จนหยุด ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับตั้งแต่เริ่มยืนจนถึงหยุด</p>
<h2 id="ผลการทดสอบ">ผลการทดสอบ</h2>
<p>หลังจากหายเหนื่อยถอดอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว คุณนักวิทย์ก็จะมาสรุปผลการทดสอบให้เลย ในส่วนนี้ขอแบ่งเป็น 4 Section ย่อยๆ</p>
<p><img src="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.09.30_hu_6a4d676bf9c26eb2.webp"
       srcset="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.09.30_hu_e77a0b14dd91d546.webp 480w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.09.30_hu_c91fe91762aba7f9.webp 960w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.09.30_hu_6a4d676bf9c26eb2.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="851"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h3 id="performance-analysis">Performance Analysis</h3>
<p>ส่วนนี้คุณนักวิทย์ของเราพาเราแปลผลจากกราฟ 9 Plots ซึ่งเยอะมาก แต่ช่วยให้เราเห็น Trending แต่ละ Aspect เลย ซึ่งสุดท้ายแล้วสรุปหลักๆ ออกมาเป็น 3 เรื่อง</p>
<ul>
<li><strong>VO2 Max</strong> — ตัวนี้ผลออกมาวันนี้ต่ำกว่าเกณฑ์คนทั่วไปที่อายุเท่ากันอยู่ แต่ข้อสังเกตุอีกอย่างของผมเองคือ ค่ามันต่ำกว่าค่าที่อ่านได้จากนาฬิกาแหะ</li>
<li><strong>Oxygen Pulse</strong> — ค่าบีบตัวของหัวใจสูงสุดวันนี้ก็ยังต่ำกว่าเกณฑ์คนทั่วไปที่อายุเท่ากัน เหมือนกัน แต่คุณนักวิทย์อธิบายเพิ่มว่า ถ้าดูในเชิง Performance ยังยอดเยี่ยมอยู่เพราะ Heart Rate กับการบีบของหัวใจทำงานต่อเนื่องสัมพันธ์กันไปอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบการทดสอบ</li>
<li><strong>Lung Function</strong> — ประสิทธิภาพของปอดต่ำกว่าเกณฑ์คนทั่วไปที่อายุเท่ากันอยู่ แต่ช่วงความเหนื่อยสูงสุดยังมีช่วงที่ปอดยังไม่ได้ใช้งานอยู่เยอะระดับนึงเลย แปลว่ายังมีช่องว่างที่พัฒนาต่อไปได้อีก</li>
</ul>
<h3 id="exercise-program-based-on-vo2-max-test">Exercise Program Based on VO2 Max test</h3>
<p>ส่วนนี้คุณนักวิทย์ของเราจะช่วงวางโปรแกรมออกกำลังกายให้จากค่าหัวใจกับความเร็วที่ได้จากการทดสอบโดยแบ่งเป็น</p>
<ul>
<li>Session 1: Base Aerobic</li>
<li>Session 2: Anaerobic threshold (Tempo) Interval (1000m x 4)</li>
<li>Session 3: HIIT at 100% VO2 Max (ลงคอร์ทหรือ Treadmill)</li>
<li>Session 4: Fat Burn Zone</li>
</ul>
<p>ซึ่งแต่ละ Session เราจะได้ทั้งตัวเลขความเร็วที่เป็น Pace (min/km) และความเร็วบน Treadmill (km/hr) ให้เราเอาไปใช้ต่อได้ครับ</p>
<h3 id="goal-race-pace">Goal Race Pace</h3>
<p>อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่า Goal ผมตอนนี้คือ จบ 10K ได้แบบวิ่งยาวๆ ไม่เดินเลย คุณนักวิทย์เลยช่วยคำนวนให้ได้ค่า Pace ที่เหมาะสมให้ ซึ่งเป็นจุดที่ใช้พลังงานจาก ไขมัน 70% และจากคาร์บ 30% อันนี้หลังจากได้ผลเอามาเทียบกับค่า VDOT กับ Race Estimator ที่เคยคำนวนได้คือใกล้เคียงมากๆ (อาจจะช้ากว่านิดหน่อยหลักหน่วยวินาที)</p>
<p><img src="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-21.58.10_hu_1901305ab1f4ff71.webp"
       srcset="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-21.58.10_hu_e96602489f6e2e54.webp 480w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-21.58.10_hu_1901305ab1f4ff71.webp 960w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="960" height="808"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h3 id="heart-rate-zone">Heart Rate Zone</h3>
<p>ค่านี้คือค่าที่ผมมาตามหาครับ ซึ่งก็แบ่งเป็น 5 Zone อย่างที่เราเข้าใจเลย</p>
<ul>
<li>Zone 5 (Top)</li>
<li>Zone 4 (Development)</li>
<li>Zone 3 (Intensive Endurance)</li>
<li>Zone 2 (Extensive Endurance)</li>
<li>Zone 1 (Compensation)</li>
</ul>
<p>ซึ่งคุณนักวิทย์เราแนะนำว่า ของวันนี้ที่ทดสอบอยู่ใน Control environment เป็นห้องแอร์ ถ้าออกไปวิ่งข้างนอกอากาศร้อน ให้บวกไปประมาณ 7 bpm ทุก Zone กำลังดี ซึ่งผมเอามาเทียบกับ Zone ที่นาฬิกาคำนวนให้ Based On %Max. HR นี่คือคนละเรื่องกันเลย จะมีส่วนที่เป็น %HRR ที่ดูใกล้เคียงไปทางเดียวกันหน่อย แต่ก็ยังไม่ตรงกันอยู่ดี</p>
<p>ค่าผลการทดสอบทั้งหมดที่ได้จากการเดินสายผ่านจะถูกส่งมาให้เราใน email อีกทีครับ ถ้าจำไม่ได้ตอนที่ฟังหลังจากวิ่งมาเหนื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร หลังจากนั้นระหว่างที่รอคุณหมอแอร์แปลผลอีกคน เป็นช่วงที่เราแว็บไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดได้ครับ</p>
<p>ในส่วนของคุณหมอแอร์สรุปผลให้ ผมขอแบ่งเป็น 3 Section ย่อยๆ ครับ</p>
<p><img src="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.24.47_hu_a5af6f5de42cca8d.webp"
       srcset="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.24.47_hu_a2942d09ddf2994e.webp 480w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.24.47_hu_2d61f6a488fd446c.webp 960w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.24.47_hu_a5af6f5de42cca8d.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="851"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h3 id="running-form-analysis">Running Form Analysis</h3>
<p>ในส่วนนี้คุณหมอจะวิเคราะห์ท่าวิ่งในช่วงที่เราวิ่งอยู่ที่ระดับ Threshold ครับ ซึ่งหมอก็ถ่ายคลิปไว้ทั้งด้านหลังและด้านข้าง เพื่อจะดูว่ามีความเสี่ยงอาการบาดเจ็บจากการวิ่งหรือเปล่า แบ่งย่อยได้อีกเป็น</p>
<p><strong>อาการเท้าล้ม (Over Pronation)</strong></p>
<p>ในเคสนี้ผมรอดไปครับ หมอบอกว่าลงน้ำหนักได้ดีทั้งสองข้างแบบ Neutral ไม่บิดเข้าบิดออกเลย</p>
<p><strong>ความสมดุลของกล้ามเนื้อทั้งสองข้าง</strong></p>
<p>เคสนี้หมอจะดูจากอาการขาไขว้ (Cross Running) ครับ ซึ่งผมมีปัญหา ขาขวามีอาการไขว้เป็นพักๆ ซึ่งมีมัดกล้ามเนื้อที่มีปัญหาคือ Gluteus Medius, Gluteus Maximus ที่ทำให้เกิดอาการ Hip Drop วิ่งแล้วสะโพกตก</p>
<p>ในส่วนของการนี้คุณหมอแนะนำว่าให้ไป Weight Training เลย ซึ่งผมไม่ได้เล่น Weight มาหลายปีมากตั้งแต่เปลี่ยน Trainer หลายปีที่แล้ว ซึ่งหมอก็ให้โปรแกรมมาแก้เรื่องนี้คือ</p>
<ul>
<li>Squats เพื่อแก้ Gluteus Maximus หมอย้ำมากว่าต้องลงลึกๆ ตั้งฉาก 90 องศาเลย</li>
<li>Abduction เพื่อแก้ Gluteus Medius แต่ต้องเล่นน้ำหนักเบามากๆ หรือจะใช้ยางยืดเปิดสะโพกแทนเอาก็ได้</li>
</ul>
<p>และอย่างที่หมอแนะนำคือ ยังไงก็ต้องกลับมาพัฒนา Core body จะ Isometric Plank หรืออะไรก็ได้</p>
<p><strong>ฟอร์มการวิ่งด้านข้าง</strong></p>
<p>จุดนี้เหมือนคุณหมอจะโฟกัสการลงน้ำหนักกับการยกเข่า แล้วหมอชมว่า <em>ถือว่าเป็นคนน้ำหนักเยอะ แต่วิ่งดีนะ ท่าวิ่งนี้สวยเลย มีการเทน้ำหนักไปข้างหน้า วงสวย ดีดส้นดี ไม่ Overstride แทงเข่าได้ไกลใช้ Hip Flexor เป็น ถ้าเทียบน้ำหนักตอนนี้วิ่งได้ขนาดนี้ ถ้าตัวลีนแล้วจะวิ่งได้เร็วและแรงมาก</em>… หมอชมมาขนาดนี้ ผมก็ลอยสิครับ 555</p>
<p>ในส่วนของการลงน้ำหนัก ยังลงที่ส้นอยู่ แต่ไล่เท้าได้เร็วมากจนเกือบๆ จะเป็น Mid Foot Strike แล้ว ซึ่งก็ไม่น่าต้องปรับอะไรแล้วเพราะไม่มีความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากการลงน้ำหนักเลย</p>
<p>ตัว Core body อาจจะต้องดูว่าถ้าวิ่งนานๆ จะมีโยกหรือเปล่า ส่วนการแกว่งแขนนี่ใช้ได้แล้ว เป็นการแกว่งจาก Shoulder Joint แค่ระวังอย่าให้ Cross mid-line ก็พอ</p>
<h3 id="health-analysis">Health Analysis</h3>
<p>ช่วงนี้คือ เหมือนถูกคุณหมอสัมภาษณ์เรื่องการกิน แล้วการที่คุณ กต เข้าไปนั่งฟังด้วยเลยเหมือนช่วยกันตอบเยอะมากๆ แต่คิดถูกมากๆ ที่เอาคุณ กต มานั่งฟังด้วย อันนี้รายละเอียดเยอะมาก แต่สรุปได้คร่าวๆ คือ ถ้าจะออกกำลังกายได้ Effective มากขึ้นยังไงก็ต้องลดน้ำหนักอยู่ดี</p>
<p><img src="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.21.37_hu_f458fbe006de9b32.webp"
       srcset="/vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.21.37_hu_caf2bd0baefbf37d.webp 480w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.21.37_hu_3fd6df70e151c8dd.webp 960w, /vo2max-test/Screenshot-2567-10-13-at-22.21.37_hu_f458fbe006de9b32.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="851"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<h3 id="life-plan-summary">Life Plan Summary</h3>
<p>ถึงจุดนี้เหมือน คุณหมอวางแผนชีวิตให้เลย ซึ่งคุณหมอก็วางให้สัมพันธ์กับ Goal ที่บอกไปก่อนหน้านี้แบ่งเป็น 3 แกนหลักๆ</p>
<p><strong>ออกกำลังกาย</strong></p>
<p>ไม่ต้องโฟกัสมากว่าต้อง Zone 2 แต่คือซ้อมไปปกติ ตามที่วางแผนมาให้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่าที่เทสมาวันนี้มันเบาไปก็เอาตามความรู้สึกเลยก็ได้ แล้วเสริมด้วย Strength training ด้วย</p>
<p>อีกส่วนที่เป็น Optional คือ NEAT (non-exercise activity thermogenesis) พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือการขยับตัวระหว่างวัน เพราะบอกหมอไปว่าผมเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ ถ้าใช้โต๊ะยืนได้จะดีมาก แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ตั้งเวลาไว้แล้วออกไปขยับร่างกายบ่อยๆ</p>
<p><strong>การกิน</strong></p>
<p>ส่วนนี้หมอแนะนำให้ไปเรียนรู้การแยกความรู้สึกของความหิว ความอิ่มดีๆ แล้วพยายามกินอยู่ที่ 80% ของความอิ่ม ถ้าจะ cut ให้เริ่มที่ Carb แต่ห้ามลดโปรตีนเด็ดขาด</p>
<p><strong>การนอน</strong></p>
<p>อันนี้ไม่ต้องทำอะไร เพราะนอนได้ดีอยู่แล้ว</p>
<hr>
<p>ก็ประมาณนี้ครับสำหรับการไปทดสอบ VO2 max เอาจริงๆ คือประทับใจมากๆ เพราะได้คำตอบทุก Aspect ที่ตั้งใจจะไปถามเลย และรู้สึกว่าคุณหมอกับคุณนักวิทย์ก็ใส่ใจมากๆ เพราะถามเยอะมากกับช่วยคิดเยอะมาก ตอนนี้เลยได้การบ้านไปทำต่อกับไฟในการวิ่งลุกโชนขึ้นไปอีก</p>
]]></content:encoded></item></channel></rss>