ผมไปตรวจ VO2 Max มาครับ แล้วมันดีมากๆ

ขอย้อนความก่อน ถ้าใครสนใจแค่เรื่องการตรวจ VO2 Max จะข้ามส่วนนี้ไปเลยก็ได้ครับ ต้องย้อนไปว่าปีนี้ผมกลับมาวิ่งแล้วครับ หลังจากหยุดวิ่งจริงจังไปหลายปีมากๆ แล้วผมจะมีความคาใจอยู่นานตั้งแต่สมัยวิ่งไปถึง Half Marathon แล้วว่าผมไม่สามารถวิ่งยาวๆ จนจบได้เลย แต่เป็นวิ่งสลับเดินมาตลอด ถึงแม้จะพยายามเก็บระยะ จะพยายามซ้อมตามตารางแล้วก็เถอะ จนกลับมาวิ่งรอบนี้ผมตั้งเป้าหมายง่ายมาก (น่าจะง่ายแหละ) คือขอแค่วิ่งยาวๆ จบ ไม่ต้องหยุดเดินตามระยะที่ต้องการได้ก็พอ ทีนี้พอเข้าโปรแกรมซ้อมกับนาฬิกา สิ่งที่ค้นพบหลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์คือ ผมกลับมา Loop เดิมคือยังวิ่งตามโปรแกรมซ้อมจนจบไม่ได้ Pace ลั่น จนหมดแรงแล้วก็เดินอีกแล้ว จนเริ่มเรียนรู้ที่จะคุม Pace ให้เป็นซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนมาก เพราะผมเริ่มวิ่งได้ไกล ได้นานขึ้นเรื่อยๆ แล้วพัฒนาการมันเพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้ แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 3/4 ของโปรแกรมมันก็ถึงจุดที่ผมกลับมาคาใจอีก ผมเริ่มที่จะรู้สึกว่า Hit-the-wall เหมือนมีกำแพงที่ข้ามไปไม่ได้คือไป Pace ที่ต้องการไม่ได้ซักที อีกจุดที่คาใจคือ เริ่มรู้สึกว่านาฬิกามันโชว์ Heart Rate Zone แปลกๆ เวลาวิ่งคือไป Zone 3-4 ทั้งๆ ที่ผมรู้สึกว่าเอะ มันก็ยังไม่เหนื่อยนี่หว่า แต่บางวัน Zone 4 ก็เหนื่อยมากๆ เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติละ จังหวะนั้นคือเริ่มมองหาตัวช่วยละ เลยไปเจอใน The Running Channel ว่ามันมีตรวจอะไรแบบนี้ด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเลยมาเจอของไทยมีหลายที่เลย แต่ผมเจอของ Health Performance Team กับคุณหมอแอร์ที่เป็นนักกีฬาด้วย เลยตัดสินใจนัดเลย ...

October 13, 2024 · 3 min

👷📚 เล่าให้ฟัง: ย้ายสายจาก Software Engineer มาเป็น Data Engineer สามเดือนแรก

โพสนี้เหมือนเป็นภาคต่อจาก ลาออกยังไงไม่ให้บ้านบึ้ม ครับคือกระบวนการต่างๆ มันเริ่มตั้งแต่เรายังทำงานในที่เก่าอยู่ โพสนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าก่อนจะเริ่มงาน Data Engineer และที่ผ่านมาสามเดือนนี้ผมผ่านอะไรมาบ้าง พร้อมวิธีการเอาตัวรอดในแบบของผมเองละกัน 💡 Disclaimer: ความเห็นต่างๆ ในโพสนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ผมทำงานอยู่ปัจจุบันแต่อย่างใดครับ ก่อนเริ่มงาน 1 เดือน จากตอนที่แล้วผมบอกไว้ว่ามันจะมีช่วงที่เรา lower your light ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะเตรียมตัวกับงานใหม่ จังหวะนี้เป็นช่วงที่ผมหาข้อมูลงานใหม่ให้มากที่สุดครับ ซึ่งจากเท่าที่คุยตอนสัมภาษณ์ผมรู้แค่ว่า Tooling หลักคือ Dagster ช่วงแรกๆ ผมเลยดู Dagster เป็นหลักเลยซึ่ง ณ จุดนี้ถ้ามองย้อนไปผมบอกเลยว่า Tutorial ของ Dagster มันเป็นกับดักครับ 555 คือมันดูเหมือนจะเข้าใจง่าย job, ops, เขียนเทสได้ อะไรก็ว่าไป แต่ของจริงมันอยู่ใน Concept กับตัวอย่างใน GitHub ของ Dagster เองครับ อันนั้นคือถ้ากระโดดต่อมาจาก Tutorial ก็จะมีความช็อคน้ำหน่อยๆ แต่เดี๋ยว Dagster ผมมาเล่าต่อในอนาคต มีอีกหลายเรื่องเลยให้เล่าครับ นอกจาก Dagster แล้วผมต้องขุดความทรงจำว่าเพื่อนร่วมงานผมในอนาคต (ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานในปัจจุบัน) เค้าทำอะไรมาบ้าง ซึ่งโชคดีมากที่เค้าเคยเล่าไว้ใน LINE Developers Podcast ไว้ถึง 2 ตอนเลย เพราะใน Podcast นี้แนะนำไว้ชัดเจนเลยว่า เราควรจะรู้จัก Hadoop ecosystem นะ ซึ่งผมไต่ไปหลายบล็อกมาก ช่วงนั้นเพื่อจะอัพเดทความรู้ Hadoop ตัวเองที่ถูกแช่ไว้ตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งในบรรดาบล็อกทั้งหมดที่ผมไล่อ่านมา ผมประทับใจบล็อก Good Old Days Hadoop นี้มากครับซึ่งเล่าประวัติ Hadoop ได้เห็นภาพมาก รวมถึงพูดถึง YARN, Spark ไว้นิดหน่อยด้วย ซึ่งตอนนั้นผมยังจับภาพไม่ได้เลยว่ามันเกี่ยวกันยังไง ...

July 1, 2022 · 4 min

#learntoday

เห็นน้องมิว Mils Burasakorn เขียนบล็อกแล้วมีรูป #learntoday ขึ้นเลยอยากย้อนความหลังไปปี 2017 มาโม้ว่าไอเดียนี้มันเกิดขึ้นได้ไง ย้อนไปปีนั้น #ProntoTools กลับมาเล่น Leader กันทั้งทีมเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิกำหนดทิศทางของ Policy ต่างๆ ภายในทีมในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ น่าจะประมาณ 1 เดือนถ้าจำไม่ผิด แล้วตอนนั้นผมจับได้เป็น Leader คู่กับโครี่เป็นคู่แรก เลยกำหนด Policy ขึ้นมา 2-3 อย่างแล้ว apply กับทีม Pronto Tools หนึ่งในนั้นคือ #learntoday #learntoday เป็นไอเดียที่เอาจริงๆ ผมไม่ได้คิดขึ้นมาเองแต่แรกอันนี้ disclaimer ก่อนเลย มันเกิดจากตอนที่นั่งคุยกับโครี่อยู่แล้วอารมณ์ประมาณว่ามันน่าจะดีนะ ถ้าเรารู้สึกว่าเราได้เรียนรู้อะไรในทุกๆ วันชีวิตจะไม่น่าเบื่อเลย แล้วกว่าจะถึงวันศุกร์หรือการจะจัด sharing session กันความตื่นเต้นเวลาเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันจะหายไปหมดแล้ว เลยคิดว่าต้องหาอะไรที่มัน light weight กว่านั้นมาเป็นช่องทางในการแบ่งปัน เพื่อที่จะให้ทุกคนรู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เราจะ share knowledge ซึ่งกันและกัน แล้วผมจำได้ว่าย้อนไปไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านบล็อกของ Basecamp ชื่อ “What did you learn at work today?” (https://m.signalvnoise.com/what-did-you-learn-at-work-today/) ซึ่งเล่าให้ฟังว่า DHH เค้าใช้ฟีเจอร์ Automatic check-ins ที่ basecamp ยังไงบ้าง แล้วผมรู้สึกว่าเห้ยนี่มันเป็นไอเดียที่ดีมากเพราะช่องทางการสื่อสารเราเป็นแบบ async ไปเลย แม้แต่ knowledge sharing ก็ตาม ...

April 13, 2022 · 1 min

How to ลาออก ยังไงไม่ให้บ้านบึ้ม

ใช่ครับ ผมเพิ่งลาออกจากทีม แต่สำหรับผมที่ทำงานมาหลายที่ นี่น่าจะเป็นการลาออกที่สำหรับผมมัน Properly หรือภาษาผมเรียกว่า บ้านไม่บึ้ม ที่สุดละ เลยอยากจะบันทึกเก็บไว้หน่อย เพราะตอนจุดที่ผมตัดสินใจออกน้องในทีมก็ถามเหมือนกันว่ามันต้องยังไงบ้าง แต่เอาจริงๆ เรื่องแบบนี้ก็ไม่เคยมีใครสอนแหะ ผมจะข้ามสเต๊ปการตัดสินใจหรือเหตุผลว่าจะลาออกไปเลยนะครับ เพราะแต่ละคนน่าจะไม่เหมือนกัน ณ จุดนี้คือ ออกแน่ๆ ละ มาดูกันว่าต้องผ่านอะไรบ้าง ⏰ The clock start ticking หลังจากที่เราตัดสินใจลาออกแล้ว ผมว่าช่วงที่ยากที่สุดคือวินาทีที่เราเริ่มนับนี่แหละครับ ซึ่งขึ้นอยู่กับเราว่าอยากใช้เวลานับถอยหลังแค่ไหนก่อนเราจะไป บางคน 2 สัปดาห์ บางคน 1 เดือน บางคน 3 เดือน สำหรับผมคิดว่า 1 เดือนนี่กำลังดีเพราะมากพอที่เราจะมีเวลา Wrap up หลายๆ อย่าง แต่ก็ไม่นานเกินไปจนเรารู้สึกเบื่อไปก่อน แล้วถ้าถามว่านับตั้งแต่เมื่อไร เอาจริงๆ คือนับตั้งแต่วันที่เราบอกคนที่รับผิดชอบเราและเพื่อนร่วมทีมเราว่าจะออกครับ นับตั้งแต่วินาทีนั้นแหละครับ ซึ่งจะพาเรามาสู่หัวข้อที่สอง 💌 How to give a resign message ในบรรดาขั้นตอนทั้งหมดตลอด 1 เดือน นี่คือจุดที่อึดอัดที่สุดและโล่งใจที่สุดครับ ไม่ว่าเราจะออกด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จุดนี้คือจุดที่เราตัดสินใจร่ำลากัน ซึ่งคำแนะนำกว้างๆ ของผมคือ ให้เลือกใช้คำที่มันชัดเจนที่สุด ไม่ต้องอ้อมหรือชักแม่น้ำทั้งห้าครับ นี่คือจุดที่เราตัดสินใจ วินาทีที่เราพูดหรือพิมพ์แล้วกด Enter ไปแล้วนั่นแหละ เราเลือกที่จะตัดสินใจแล้วครับ ...

March 31, 2022 · 2 min

ใครๆ ก็ทำอาหารได้ (ANYONE CAN COOK)

ในชีวิตเรามักจะเจอใครซักคนมาคอยบอกเสมอว่าเราทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกเราทำอย่างนี้ไม่ได้หรอกซึ่งในบางครั้งเสียงนั้นมันก็มาจากภายในตัวเราเองถ้านับจนถึงวันนี้ผมก็กลับมาเขียนโปรแกรมแบบจริงๆจังๆมาได้เกือบจะปีนึงแล้วคำถามคือก่อนหน้านั้นผมไปทำอะไรอยู่แล้วอะไรทำให้ผมกลับมา ถ้าใครเคยได้ดูหนังเรื่อง Ratatouille (พ่อครัวตัวจี๊ดหัวใจคับโลก) คงคุ้นเคยกับประโยคที่กล่าวไว้ว่า “ใครๆ ก็ทำอาหารได้” ซึ่งเป็นคำกล่าวของเชฟกุ๊สโตว์พ่อครัวที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรมี่ (หนูในเรื่อง) เริ่มทำอาหารเรมี่มีข้อจำกัดทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเองไม่สามารถทำอาหารได้รวมถึงตัวเรมี่เองนั้นเป็นหนูซึ่งสำหรับพ่อครัวแล้วหนูแทบจะเป็นศัตรูเป็นสัญลักษณ์ของความสกปรกและไม่ควรอยู่ในห้องครัวแต่มันเองก็ยังมีพรสวรรค์อยู่ข้อหนึ่งคือมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นที่เหนือกว่าหนูทั่วไปสามารถแยกแยะองค์ประกอบที่อยู่ในอาหารออกมาได้ประกอบกับแรงบันดาลใจจากการแอบไปดูรายการทำอาหารในทีวีในบ้านของมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นให้เรมี่กล้าที่จะทำอาหารจริงๆเมื่อถึงโอกาส หลังจากเรียนวิชา Data Structure เสร็จตอนอยู่ปี 2 ตลอดสองสามปีที่ผ่านตัวผมเองนั้นแทบไม่ได้จับการเขียนโปรแกรมแบบจริงจังอีกเลยซึ่งในระหว่างนั้นสิ่งที่สนใจส่วนใหญ่ก็จะเป็นการ Config ระบบหรือบริการต่างๆบน Linux ซึ่งก็ไม่ใช่ว่างานนี้มันไม่สนุกนะครับการแก้ปัญหาในการติดตั้งระบบต่างๆให้มันเข้ากับ Environment ของเราได้นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควรเลยทีเดียวต้องใช้ทักษะในการวิเคราะห์ปัญหาจากสิ่งที่ Terminal มันแสดงผลออกมารวมถึงไฟล์ Log ที่อยู่ในเครื่องฯลฯและมักจะมีบริการหรือเทคโนโลยีใหม่ๆให้มาทดลองติดตั้งเสมอจนกระทั่งเมื่อขึ้นปี 4 ถึงแม้ผมจะทำงานกับ Linux ได้ดีแต่เมื่อต้องเลือกที่จะทำ Project ทำอะไรที่เราอยู่กับมันไปหนึ่งปีเต็มผมเลือกที่จะเขียนโปรแกรมแทนซึ่งนอกจากมันจะดูท้าทายเพราะผมไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมมาเกือบสองปีแล้วสาเหตุที่ผมเลือกนั้นก็แทบไม่ต่างกับเรมี่คือผมมีแรงบันดาลใจซึ่งแรงบันดาลใจที่ว่านั้นก็คืออไจล์ที่ผมพูดถึงบ่อยมากจนหลายๆคนเริ่มจะเบื่อแล้ว สิ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอดเกือบปีที่กลับมาเขียนโปรแกรมคือใครๆก็เขียนโปรแกรมได้ครับซึ่งไม่ต่างจากการทำอาหารอย่างที่ผมกล่าวในข้างต้นเลยเวลาเรามีปัญหาที่เราต้องการจะแก้เราจะเลือกใช้โค้ดของคนอื่นที่หาได้ทั่วไปใน Internet ที่สมัยนี้แทบจะหาไม่ยากเลยเพราะมีคนแก้ไว้หมดแล้วหรือเราจะพยายามแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเองไม่ต่างจากการที่เราจะเลือกกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แค่เอาน้ำใส่ถ้วยฉีกผงชูรสใส่หรือเราจะลงทุนเข้าครัวปรุงอาหารที่เราอยากกินขึ้นมาเองแน่นอนครับมันอิ่มเหมือนกันเหมือนกับที่งานเสร็จได้เหมือนกันแต่จะอร่อยมั้ยและยอมเสียเวลาทำมันมากแค่ไหนนั่นแหละครับคือสิ่งที่แต่ละคนเลือกต่างกัน ตอนเราเริ่มต้นทำอาหารถ้าเราคาดหวังว่าเราจะทำอาหารหรูระดับภัตตาคารได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าครัวรับรองว่าตกลงมาเจ็บแน่ครับแล้วอาจจะเกลียดการทำอาหารไปเลยตลอดกาลแต่ถ้าเราเริ่มต้นจากจุดเล็กๆก่อนอย่างเช่นการทำไข่เจียวง่ายๆเชื่อมั้ยครับว่ามันสามารถเป็นแรงผลักดันให้เราทำอาหารที่ต้องใช้วิธีทำที่ซับซ้อนขึ้นได้นั่นแหละครับสุดท้ายแล้วไม่ได้ต่างจากการเขียนโปรแกรมเลย สุดท้ายแล้วความรักครับ ไม่ใช่ทุกคนครับที่รักการเขียนโปรแกรมเหมือนกับที่ผมก็ไม่ได้รักการทำอาหารซักเท่าไรแต่คนเราทุกคนมีโอกาสตกหลุมรักได้ครับถ้าเจอคนที่ใช้ในเวลาที่เหมาะผมมาเจอคนที่ใช่คืออไจล์ (อีกแล้ว) ในเวลาที่เหมาะ (ก่อนเริ่มทำโปรเจ็คหนึ่งเดือน) นั่นแหละครับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกลับมาเขียนโปรแกรมได้สนุกอีกครั้งและเริ่มที่จะเรียนรู้ว่าการเขียนโปรแกรมมันไม่ได้มีแค่ “การเขียนโปรแกรม” เพียงอย่างเดียวและผมยังยินดีที่จะแนะนำเธอ (อไจล์) ให้ใครก็ตามที่อยากจะรู้จักอยู่เสมอเพราะผมเชื่อว่าถ้าเขาเห็นเธอในแบบที่ผมเห็นแล้วหละก็เขาอาจจะตกหลุมรักเธอเหมือนที่ผมเป็นก็เป็นได้ Original post at: https://yothinix.blogspot.com/2014/01/anyone-can-cook.html

January 19, 2014 · 1 min