<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes"?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><title>Car Detailing on yothinix</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/tags/car-detailing/</link><description>Recent content in Car Detailing on yothinix</description><generator>Hugo</generator><language>en-us</language><lastBuildDate>Sat, 04 Nov 2023 14:55:23 +0700</lastBuildDate><atom:link href="https://yothinix-com.pages.dev/tags/car-detailing/index.xml" rel="self" type="application/rss+xml"/><item><title>แชร์ประสบการณ์การเดินทางสู่ DIY Car Detailer ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา</title><link>https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/</link><pubDate>Sat, 04 Nov 2023 14:54:39 +0700</pubDate><guid>https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/</guid><description>&lt;p&gt;ผมมีรถของตัวเองได้ตอนนี้ก็เกือบๆ จะครบหนึ่งปีละครับ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนอกจากขับมันคือการดูแลรักษามันครับ แล้วไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่โตมาจนอายุ 30 กว่าเนี่ย ไม่เคยต้องช่วยพ่อแม่ล้างรถที่บ้านเลย เลยกลายเป็นว่าผมไม่รู้ว่าวิธีล้างรถที่ถูกต้องมันคือยังไง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่แรกสุดเลยเนี่ยผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะล้างเองหรอกครับ ผมก็เหมือนกับทุกๆ คนคือ คิดไว้ว่าจะเข้าร้าน Car care ใช้เงินแก้ปัญหาให้คนจัดการให้ สิ่งที่ผมทำก็คือ ผมทักไปหาเพื่อนรักผมคนนึงว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.22.34_hu_42e5e151ad17f2f9.webp"
srcset="https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.22.34_hu_42e5e151ad17f2f9.webp 480w"
sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
width="480" height="526"
alt=""
loading="lazy" decoding="async"&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมจำได้แม่นเลยว่า ผมเกือบละ เกือบจะเข้าวงจรร้านล้างรถอัตโนมัติละ ที่เราแค่ขับเข้าไปในสายพาน แล้วปล่อยให้มันฉีดน้ำกับปั่นๆ ให้จนเสร็จ ผมจำได้ว่าจอดต่อคิวอยู่หน้าร้านแถวบ้านอยู่ประมาณ 5 นาที แล้วผมก็ทำการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งนึงในชีวิตคือ ผมเลือกที่จะไม่รอแล้วขับกลับบ้านไปเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผมบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตเพราะหลังจากนั้นผมเลยได้รู้จักคำว่า รอยขนแมว หรือ Scratch &amp;amp; Swirl ครับมันคือ รอยข่วนเล็กๆ ในชั้นแลกเกอร์ซึ่งมองผ่านๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ามันสะสมนานๆ เข้าตัวนี้แหละครับที่จะไปหักเหแสงที่ตกกระทบผิวสีรถ แล้วทำให้รถไม่เงา ซึ่งการล้างรถโดยการพารถไหลผ่านเครื่องให้มันปั่นอัตโนมัติให้เนี่ย ตัวสร้างรอยขนแมวชั้นดีเลย&lt;/p&gt;
&lt;h1 id="ผมเปนชาว-chemical-guys"&gt;ผมเป็นชาว Chemical Guys&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ผมเริ่มศึกษาครับ ซึ่งผมเคยเล่าไปแล้วบางส่วนในบล็อก &lt;strong&gt;&lt;a href="https://yothinix-com.pages.dev/amateur-method/"&gt;มือสมัครเล่นเมธอด&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ลองไปดูได้ ในช่วงแรกๆ ผมมีเพื่อนอยู่ 2 คนครับที่ทำให้ผมรู้จักวิธีการล้างรถที่ถูกต้องสองคนนั้นชื่อว่า Joey กับ Henry จากช่อง &lt;a href="https://www.youtube.com/@ChemicalGuys"&gt;Chemical Guys&lt;/a&gt; ครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_a3e69c7028075917.webp"
srcset="https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_fe6c4d924fe0cf28.webp 480w, https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_84aa4d648466dd85.webp 960w, https://yothinix-com.pages.dev/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_a3e69c7028075917.webp 1440w"
sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
width="1440" height="744"
alt=""
loading="lazy" decoding="async"&gt;
&lt;em&gt;เพื่อนโจอี้ เพื่อนเฮนรี่&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;</description><content:encoded><![CDATA[<p>ผมมีรถของตัวเองได้ตอนนี้ก็เกือบๆ จะครบหนึ่งปีละครับ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนอกจากขับมันคือการดูแลรักษามันครับ แล้วไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่โตมาจนอายุ 30 กว่าเนี่ย ไม่เคยต้องช่วยพ่อแม่ล้างรถที่บ้านเลย เลยกลายเป็นว่าผมไม่รู้ว่าวิธีล้างรถที่ถูกต้องมันคือยังไง</p>
<p>แต่แรกสุดเลยเนี่ยผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะล้างเองหรอกครับ ผมก็เหมือนกับทุกๆ คนคือ คิดไว้ว่าจะเข้าร้าน Car care ใช้เงินแก้ปัญหาให้คนจัดการให้ สิ่งที่ผมทำก็คือ ผมทักไปหาเพื่อนรักผมคนนึงว่า</p>
<p><img src="/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.22.34_hu_42e5e151ad17f2f9.webp"
       srcset="/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.22.34_hu_42e5e151ad17f2f9.webp 480w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="480" height="526"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<p>ผมจำได้แม่นเลยว่า ผมเกือบละ เกือบจะเข้าวงจรร้านล้างรถอัตโนมัติละ ที่เราแค่ขับเข้าไปในสายพาน แล้วปล่อยให้มันฉีดน้ำกับปั่นๆ ให้จนเสร็จ ผมจำได้ว่าจอดต่อคิวอยู่หน้าร้านแถวบ้านอยู่ประมาณ 5 นาที แล้วผมก็ทำการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งนึงในชีวิตคือ ผมเลือกที่จะไม่รอแล้วขับกลับบ้านไปเลย</p>
<p>ที่ผมบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตเพราะหลังจากนั้นผมเลยได้รู้จักคำว่า รอยขนแมว หรือ Scratch &amp; Swirl ครับมันคือ รอยข่วนเล็กๆ ในชั้นแลกเกอร์ซึ่งมองผ่านๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ามันสะสมนานๆ เข้าตัวนี้แหละครับที่จะไปหักเหแสงที่ตกกระทบผิวสีรถ แล้วทำให้รถไม่เงา ซึ่งการล้างรถโดยการพารถไหลผ่านเครื่องให้มันปั่นอัตโนมัติให้เนี่ย ตัวสร้างรอยขนแมวชั้นดีเลย</p>
<h1 id="ผมเปนชาว-chemical-guys">ผมเป็นชาว Chemical Guys</h1>
<p>หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ผมเริ่มศึกษาครับ ซึ่งผมเคยเล่าไปแล้วบางส่วนในบล็อก <strong><a href="/amateur-method/">มือสมัครเล่นเมธอด</a></strong> ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ลองไปดูได้ ในช่วงแรกๆ ผมมีเพื่อนอยู่ 2 คนครับที่ทำให้ผมรู้จักวิธีการล้างรถที่ถูกต้องสองคนนั้นชื่อว่า Joey กับ Henry จากช่อง <a href="https://www.youtube.com/@ChemicalGuys">Chemical Guys</a> ครับ</p>
<p><img src="/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_a3e69c7028075917.webp"
       srcset="/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_fe6c4d924fe0cf28.webp 480w, /detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_84aa4d648466dd85.webp 960w, /detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-11.33.54_hu_a3e69c7028075917.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="744"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>เพื่อนโจอี้ เพื่อนเฮนรี่</em></p>
<p>ด้วยความที่รถผมเป็นรถ Crossover เอาจริงๆ ทรงมันก็คล้ายๆ SUV เลยพยายามหาอะไรที่มันคล้ายๆ กัน คลิปแรกๆ ที่ผมดูในช่องนี้ผมจำได้แม่นเลยคือคลิปข้างล่างนี้ครับ ตัวผมน่าจะดูคลิปนี้เกินสิบรอบทั้งก่อนล้างหลังล้างรอบแรกๆ เพราะมันสอนอะไรผมเยอะมากและเพราะคลิปนี้เลยเป็นการเซต Stage ให้ผมเข้าสู่วงการนี้</p>
<iframe width="200" height="113" src="https://www.youtube.com/embed/8wKTff5YtpI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen title="Ultimate SUV Deep Clean: Big Before and After Transformation! - Chemical Guys"></iframe>
<p>ผมยึดวิธีการล้างตามคลิปนี้เป็นพื้นฐานมาจนถึงทุกวันนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น Wheel first, 2 Buckets Method, Pre-rinse, Top to Bottom ฯลฯ สิ่งที่ผมเห็นในคลิปนี้ไม่ใช่แค่ Process ครับแต่มันเป็น Practices ซึ่งตอนนี้พอมามองย้อนจริงๆ มันเหมือนการเขียนโปรแกรมที่เรามักจะมีคำพูดว่า “<em>เขียนโปรแกรมได้ กับเขียนโปรแกรมเป็น</em>”</p>
<p>ขยายความอีกนิดที่ผมบอกว่ามันเหมือนกับการเขียนโปรแกรมคือ ตอนเราเขียนโปรแกรมเนี่ย ถ้าเรามีปัญหา A→B ถ้าคิดแบบง่ายที่สุดคือเราต้อง do whatever it take ที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้โปรแกรมได้ผลลัพธ์จาก input ไปเป็น output แบบที่เราต้องการใช่มั้ยครับ แต่ถ้าเรามีประสบการณ์มากขึ้นใช่ครับ มันไม่ใช่แค่จาก A→B สิ่งที่เวลาเราเขียนโปรแกรมมอง เราต้องมองว่า Code มัน Maintain ได้มั้ย, Design Principle ได้มั้ย, Performance ได้มั้ย, Testable มั้ย ซึ่งถ้าเราไม่ระวังเนี่ย Side effect ที่จะเกิดขึ้นก็คือ Technical dept ครับและยิ่งทำให้การเขียนโปรแกรมครั้งต่อๆ ไปที่ต้องยุ่งกับจุดนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p><img src="/detailing-journey/0y77ubcpqft41_hu_3d2cf535c44a7d3f.webp"
       srcset="/detailing-journey/0y77ubcpqft41_hu_b011ca6e3df2ea9b.webp 480w, /detailing-journey/0y77ubcpqft41_hu_210d0b550ea6a611.webp 960w, /detailing-journey/0y77ubcpqft41_hu_3d2cf535c44a7d3f.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1272"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<p>กลับมาที่การล้างรถ ไอการล้างรถเนี่ยถ้าเปื้อนดินมา แค่เอาน้ำฉีดมันก็ (ดู) สะอาดครับ มัน (ดู) สะอาดตอนฉีดน้ำเสร็จนั่นแหละ แต่พอเราปล่อยทิ้งไว้ คราบน้ำก็จะมาละ แล้วพอเรามองดูดีๆ คราบหลายอย่างมันก็ยังอยู่ครับ เราก็เลยต้องมี Practices หลายๆ อย่างเกิดขึ้นมาเพื่อที่จะให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเกิด Side effect น้อยที่สุดครับ ยกตัวอย่างเช่น <strong>ทำไมถึงต้องล้างจากบนลงล่าง</strong> เพราะว่าน้ำมันไหลจากบนลงล่างนั่นก็เหตุผลหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือ ส่วนบนของรถจะสกปรกน้อยกว่าด้านล่างครับ และสิ่งสุดท้ายที่เราต้องการให้เกิดคือการ cross contaminate คราบดินโคลนหรือผงเบรคจากข้างล่าง ขึ้นไปข้างบน หรืออีกตัวอย่างนึง <strong>ทำไมถึงต้อง 2 buckets method</strong> เพราะเราหลีกเลี่ยง Side effect ที่เราไม่ต้องการที่สุดคือ Scratch &amp; Swirl หรือรอยขนแมวให้ได้มากที่สุดครับโดยการหมั่นล้าง Wash mitt เราบ่อยๆ ระหว่าง Contact Wash ซึ่งถ้าเราไม่ป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ รอยขนแมวพวกนี้ก็จะสมเป็น Technical debt ต่อไปให้รถเราไม่เงา หรือแม้กระทั่งตัวอย่างสุดท้ายว่า <strong>ทำไมล้างเสร็จเราต้องลง Wax/Sealant ด้วย</strong> ก็เพื่อที่จะปกป้องผิวรถให้คราบสกปรกมันติดยากขึ้น ทำให้การล้างครั้งต่อๆ ไปง่ายขึ้น เหมือนกับที่เราเพิ่ม Unit tests ไว้เพื่อให้โค้ดมัน maintain ง่ายขึ้นกับการต่อเติมในอนาคตครับ</p>
<p>จากตัวอย่างจะเห็นว่านี่แหละครับ มันไม่ใช่แค่ Process A→B แต่ในนั้นถ้าเรามองดีๆ มันมี Practices หรือ Art หลายๆ อย่างที่ช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้วยครับ</p>
<h1 id="โลกนไมไดมแค-chemical-guys">โลกนี้ไม่ได้มีแค่ Chemical Guys</h1>
<p>พอผ่านช่วงสามเดือนแรก ก็เป็นช่วงที่เริ่มขยายจักรวาลไป Youtube channel อื่นๆ แล้วไม่ว่าจะเป็น <a href="https://www.youtube.com/@VermijlCarDetail">Vermijl Car Detail</a>, <a href="https://www.youtube.com/@PanTheOrganizer">Pan the organizer</a>, <a href="https://www.youtube.com/@theragcompany">The Rag Company</a>, <a href="https://www.youtube.com/@propercareusa">Proper Care</a> หรือจะเป็น Channel คนไทยอย่าง <a href="https://www.youtube.com/@O2CARS">O2CARS</a> แม้กระทั่งกลุ่ม Facebook: <a href="https://web.facebook.com/groups/ThaiWasherCarClub">TWCC : Thai Washer Car Club</a> ก็เป็นแหล่งความรู้ให้ผมเยอะมากครับ จนเริ่มบอกไม่ถูกว่า รู้อะไรมาจากที่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่ได้มายิ่งกว่าความรู้คือการโดนป้ายยาครับ ซึ่งพอเรา Expose ตัวเองมาเกินกว่า 1 Brand ก็จะเริ่มมีความอยากลองนั่น ลองนี่เต็มไปหมด เห็นคนอื่นเค้ามี Water Beading ก็อยากลอง Wax ตัวนั้นบ้าง Sealant ตัวนี้ก็ดี</p>
<p>เอาจริงๆ ต้องขอบคุณคุณแฟนอย่าง กต มากๆ ที่ห้ามไว้ว่าให้ใช้ของที่มีให้หมดก่อน โดยเฉพาะ Wax/Sealant อย่าง Butter Wet Wax หรือ JetSeal ถึงแม้จะเติมใส่รถเรื่อยๆ ในช่วงแรกๆ พยายามใช้หนักมาก แต่นี่ยังเหลืออีกเกินครึ่งขวด จนกระทั่งเข้าหน้าฝนแบบจริงจัง ตกวันเว้นวันนี่แหละถึงเริ่มเปิดจักรวาลมากขึ้น</p>
<p><img src="/detailing-journey/233470_hu_64a50a117487526d.webp"
       srcset="/detailing-journey/233470_hu_2ea5d3a3de113e90.webp 480w, /detailing-journey/233470_hu_ea680cc52042e2b5.webp 960w, /detailing-journey/233470_hu_64a50a117487526d.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1081"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>Water Beading ที่เราตามหา</em></p>
<p>อย่างแรกที่เริ่มเปิดหลังจากออกมาจากโลกของ Chemical Guys คือ P&amp;S Bead Maker ครับ อยากสัมผัสคำว่า Water Beading ที่ราคาถูกที่สุด แต่ยังคงมาตรฐานสากลอยู่ แล้วก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะลุยฝนในช่วงนั้นนี่น้ำเป็นหยดกลมสวยงามมาก ผิดกับ JetSeal ที่เป็น Sheeting มาตลอด</p>
<p>อย่างที่สองคือน้ำยาเคลือบกระจกครับ จริงๆ ดูไว้หลายเจ้ามากทั้ง RainX, CarPro FlybyForte หรือแม้กระทั่ง Chemical guys HydroView แต่สุดท้ายก็มาจบที่ Glaco ทั้งระบบตั้งแต่เตรียมผิวกระจก Compound, เคลือบด้วย Ultra Glaco, Maintain ด้วย Glaco De Cleaner ซึ่งทำให้ผมได้สัมผัสกับหยดน้ำไหลผ่านกระจกไปแบบน่ารักมาก แล้วไม่เคยเห็นน้ำเป็นแผ่นในกระจกอีกเลย</p>
<p><img src="/detailing-journey/354606806_10231045882228828_8630387587770630635_n_hu_f0d66051eb3085f.webp"
       srcset="/detailing-journey/354606806_10231045882228828_8630387587770630635_n_hu_b02f6bed65eb6783.webp 480w, /detailing-journey/354606806_10231045882228828_8630387587770630635_n_hu_f2ff1015ce160bb4.webp 960w, /detailing-journey/354606806_10231045882228828_8630387587770630635_n_hu_f0d66051eb3085f.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1080"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async"></p>
<iframe width="200" height="113" src="https://www.youtube.com/embed/JYQjoLvO_Mo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen title="Soft99 Ultra Glaco 10 month update!"></iframe>
<p><em>ที่มาที่สุดท้ายเลือก Glaco มาจากคลิปนี้ครับ</em></p>
<p>แต่สิ่งที่มันคาใจอยู่นานมาก ช่วง 6 เดือนนั้นคือ ถึงแม้เราจะมีกระบอกฉีดโฟมที่ดีที่สุดในโลกอย่าง MJJC Foam Canon Pro แต่ก็ไม่สามารถสร้าง Foam หนาๆ ได้แบบที่ตั้งใจ จนสุดท้ายต้องอัพเกรดเครื่องฉีดน้ำไปใช้ตัวแรงอย่าง Flow Energy M9 130 bar จากตัวเก่า Bosch Aquatek 100 bar ซึ่งเป็นการอัพเกรดที่คุ้มค่ามาก นอกจากจะได้โฟมหนาแบบที่ต้องการแล้ว ยังเสียงเบาลงนิดนึงด้วยถ้าเทียบกับตัวเดิมๆ</p>
<p>ช่วงนี้ถ้ามามองย้อนดูเป็นช่วงที่ Satisfy need ตัวเองสูงมาก เพราะตอนเราเริ่มต้นใหม่ๆ เราจะใช้อุปกรณ์ที่ราคาไม่แพงมากเพราะไม่รู้ว่าเราจะจริงจังรึเปล่า เวลาถอยจะได้ไม่เจ็บตัวมาก แต่พอปลดล็อกแบรนด์หรือรู้แล้วว่าของที่ดีที่สุดในหมวดนั้นๆ คืออะไร แล้วหามา Satisfy ตัวเองได้ ผลลัพธ์ที่ได้มันโคตรน่าพอใจเลยครับ แต่ข้อเสียคือ มันเริ่มเป็นจุดแรกที่ผมรู้สึกอิ่มตัวละ เพราะเราได้ทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว</p>
<h1 id="เขาสโลกของ-rinseless">เข้าสู่โลกของ Rinseless</h1>
<p>ถึงจุดนี้น่าจะเริ่มเห็นแล้วใช่มั้ยครับว่า มันไม่ใช่แค่ Practice ละ มันเป็นอุปกรณ์เต็มบ้านละที่ทำให้งานมีประสิทธิภาพซึ่งถามว่ามันดีมั้ย มันก็ดีแหละ แต่ก็เป็นช่วงเดียวกันที่ผมเริ่มจะ Realize ว่ากว่าจะล้างได้แต่ละทีนี่ เสีย Overhead เตรียมของเกือบชั่วโมง ล้างอีก 2 ชั่วโมง ซึ่งมันใช้เวลานานมากๆ แล้วคือ ล้างเสร็จผลลัพธ์ถึงจะพอใจมา แต่ก็หมดแรงมากๆ เช่นกัน นี่ยังไม่พูดถึงตอนเก็บของที่ล้างมาเหนื่อยๆ ต้องเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดอีก ช่วงนี้แหละครับที่ทำให้ผมค้นพบอาจารย์คนใหม่ผม คนนั้นมีชื่อว่า <strong>Yvan Lacroix</strong> ครับ</p>
<p><img src="/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-12.42.41_hu_20ba81a24f7e01be.webp"
       srcset="/detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-12.42.41_hu_5b606b2d38430efb.webp 480w, /detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-12.42.41_hu_23783d4170e3d949.webp 960w, /detailing-journey/Screenshot-2566-11-04-at-12.42.41_hu_20ba81a24f7e01be.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="813"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>อาจารย์ไอแวน</em></p>
<p>จริงๆ ต้องย้อนไปช่วงหน้าฝนหนักๆ เนี่ย ผมเริ่มมองหาวิธีที่จะล้างรถได้เร็วๆ เพราะแปปๆ ฝนก็ตก แต่เราอยากให้รถสะอาดตลอด ช่วงแรกๆ คือไปทาง Quick Detailer แต่ตัว Quick detailer เองก็ไม่สามารถจะ Lift คราบไคลที่เกิดจากน้ำผสมฝุ่นแห้งติดรถได้มากครับ ผมเลยมองไปที่ตัวเลือกที่สองคือ Waterless ที่เป็นอารมณ์ประมาณ Spray ฉีดแล้วเช็ดที่ Emulsify คราบขึ้นมาได้ดีกว่า แต่ส่วนตัวผมก็ยังไม่ชอบ Waterless มากเพราะรู้สึกว่ามันทิ้งคราบน้ำยาไว้หลังจากเช็ดระดับนึงอยู่ ถึงจะพยายาม Buff ออกแล้ว แล้วก็เปลืองด้วยครับ ล้างรอบคันด้วย Waterless เนี่ยแทบจะหมดไป 1/5 ของขวด 16oz ละ นั่นเป็นจุดที่ทำให้ผมมาเจอสิ่งที่เรียกว่า Rinseless Wash ครับ</p>
<p>ต้องบอกว่าตอนแรกๆ ที่ผมลอง Rinseless Wash กับ ONR เนี่ย ผมไม่ประทับใจเลยครับ เอาตั้งแต่การ Mix น้ำยาตอนแรกที่อัตรส่วน 1:256 ซึ่งมันไม่ใช่อะไรที่จำได้ง่ายๆ ในตอนแรก ทำให้เราก็ไม่มั่นใจว่าน้ำยาได้อัตราส่วนที่ต้องการรึเปล่า เพราะผสมเสร็จมันไม่ได้ลื่นๆ เหมือนสบู่เลยครับ รู้สึกแทบไม่ต่างจากน้ำเปล่าเลยไม่รู้ว่ามันจะลื่นพอที่จะทำ Contact wash โดยไม่เกิด Scratch ได้มั้ย และถึงแม้จะผลัดๆ ใช้ผ้าหลายๆ ผืนแล้ว แต่รู้สึกว่าคราบไคล มันไม่ค่อยออกเท่าไร สุดท้ายก็มาล้างใหญ่จัดเต็มระบบ Foam Canon อยู่ดีถึงรู้สึกว่าสะอาดกว่าแล้วผมก็ลืม Rinseless ไปเลย</p>
<p><img src="/detailing-journey/346962329_1263688324266245_2318189246522256054_n_hu_5cd4ce71327b3699.webp"
       srcset="/detailing-journey/346962329_1263688324266245_2318189246522256054_n_hu_44199d76468081f8.webp 480w, /detailing-journey/346962329_1263688324266245_2318189246522256054_n_hu_bbe670fe79530c9c.webp 960w, /detailing-journey/346962329_1263688324266245_2318189246522256054_n_hu_5cd4ce71327b3699.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1080"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>Rinseless ครั้งแรกสุด</em></p>
<p>ผ่านมาหลายเดือนจนผมกลับมาอีกครั้ง แล้วมารีวิวว่าตัวเองพลาดอะไรไป (วิธีเดิมครับ ผมดูทุกคลิปใน Youtube ที่เจอจากการ Search ว่า Rinseless Wash) ทำให้ผมเจอว่าสิ่งที่ผมพลาดไปมากๆ ในครั้งที่ผมไม่ประทับใจคือ ผมไปใช้ Foam Sprayer ทำ Pre-rinse ครับ เลยทำให้ตัวน้ำยามันไม่ได้กระจายตัวไป Emulsify คราบเท่าที่ควร พอรอบนี้กลับมาใช้หัว Spray ธรรมดาๆ นี่แหละ กลายเป็นการ Emulsify คราบทำได้ดีกว่ามากๆ อีกอย่างที่ผมพลาดไปคือผ้ายังไม่หมาดพอครับ ทำให้พอมันชุ่มๆ เนี่ยมันดึงคราบติดออกมาได้น้อยกว่าตอนผ้าหมาดมากๆ (Yvain จะใช้คำว่า On the verge of dripping) เลยทำให้รู้สึกว่าล้างไม่สะอาดเลยในตอนก่อนหน้านี้</p>
<p>พอรู้จุดที่พลาดก็ลอง Practice ครับ ซึ่งผลลัพธ์มันก็ดีขึ้นมากครับเพราะพอปล่อยให้ Pre-rinse มันอยู่กับผิวนานขึ้น มันยิ่ง Emulsify คราบขึ้นมากับน้ำยา พอเช็ดแล้วเห็นน้ำเป็นสีขุ่นๆ นี่คือรู้เลยว่าเวิร์คละ ยิ่งพอเริ่ม Standardize practice ใช้ถ้วยตวงกับขวดน้ำลิตรช่วยเป็น 1 ฝาตวงน้ำยาต่อน้ำเปล่า 4 ขวดลิตรการเตรียมก็ยุ่งยากน้อยลงไปอีก กลายเป็นนี่เป็นวิธีหลักที่ผมใช้ล้างรถตอนนี้เลยครับ สามารถจบงานได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงนับตั้งแต่ เตรียมน้ำยาไปจนถึงเช็ดแห้ง ข้อเสียเดียวที่คิดออกตอนนี้คือพอมาใช้ Spray ธรรมดานี่เมื่อยมือมากครับ ซึ่งมันก็มีวิธีแก้ (ด้วยเงิน) แหละ แต่ตอนนี้อยาก Keep It Simple Stupid ก่อนเพื่อที่จะได้ keep momentum ของการดูแลรถต่อไป ทุกที่ ทุกเวลา</p>
<p><img src="/detailing-journey/233466-1_hu_3cd71ce289ebb8e.webp"
       srcset="/detailing-journey/233466-1_hu_fb30921e445c8579.webp 480w, /detailing-journey/233466-1_hu_b3f21c3b6361e84a.webp 960w, /detailing-journey/233466-1_hu_3cd71ce289ebb8e.webp 1440w"
       sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px"
       width="1440" height="1081"
       alt=""
       loading="lazy" decoding="async">
<em>สภาพปัจจุบัน</em></p>
<p>หลังจากเล่ามาทั้งหมด น่าจะเห็นแล้วใช่มั้ยครับว่าการล้างรถเนี่ย มันไม่ได้มีแค่ล้างรถ มันมี Practices ที่พัฒนาขึ้นทุกยุค มันมี Process ที่เราสามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพได้ มันมี Reward ที่ให้เราได้มองดูรถเราที่มันสะอาดในทุกๆ วันและที่สำคัญที่สุด มันมีอะไรให้ผมเรียนรู้ได้เรื่อยๆ ไม่หยุดเลยครับตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา</p>
<p>และสำหรับใครที่อ่านมาจนถึงจุดนี้แล้วรู้สึกว่า ผมพูดอะไรฟะ มีแต่ศัพท์เฉพาะก็ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะมีเรื่องระหว่างทางที่ผมไม่ได้อธิบายหลายอย่างมากทั้ง Practice ระหว่างล้าง Technology ที่พัฒนาขึ้นมาตลอดหลายปี ฯลฯ ซึ่งบล็อกเกี่ยวกับการล้างรถแบบ Detailing ผมไม่ได้จบแค่นี้แน่นอนครับ บอกไว้ล่วงหน้าเลยว่าจะมีอีก 3 บล็อกตามมาหลังจากนี้คือ</p>
<ul>
<li>Full scale wash, clay and seal — จะลงรายละเอียดเครื่องมือ, สารเคมี, Practices และ Process ในการล้างแบบเต็มระบบครับ</li>
<li>Interior detailing — จะเห็นว่าผมไม่ได้เล่าเรื่องการทำความสะอาดภายในเลย เพราะว่าอันนี้เป็นอีกศาสตร์นึงเลย คิดว่าจะมาลงรายละเอียดในบล็อกนี้</li>
<li>Rinseless wash — จะเหมือนบล็อก Full scale เลยครบ แต่เป็นอีก Paradigm ที่ผมตกหลุมรักมันอยู่ตอนนี้</li>
</ul>
<p>ซึ่งถ้าสนใจก็คอยติดตามต่อได้ในบล็อกนี้เลยครับ หรือถ้าใครมีคำถามหรืออยากได้คำแนะนำอะไรก็ทิ้งคอมเม้นทิ้งไว้ได้ครับผม</p>
]]></content:encoded></item></channel></rss>