yothinix

Notes on engineering, data, and whatever else is holding my attention.

Musing: คำตอบไม่สำคัญเท่ากับการเลือก

วันก่อนครับ ผมมีโอกาสไปช่วยงาน LINE Thailand Developer Conference 2026 ในส่วนของ Student Consult มาครับ นอกจากจะไปทำตามหน้าที่ในใจผมก็มี Agenda อยู่คืออยากรู้ว่าน้องๆ สมัยนี้เค้ามองโลกยังไงกัน แล้วได้ไปเรียนรู้จากพวกเขาด้วย คำถามที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี คำถามอย่างเช่น Corporate vs Start up, Generalist vs Specialist, เลือกงาน vs เลือกเงิน จะยังถูกถามอยู่เสมอจากหลายๆ คน ผมค้นพบอย่างนึงว่า ถึงแม้คำถามจะยังคล้ายๆ เดิม แต่เป็นตัวผมเองที่ตอบต่างไปแหะ จากเซตคำถามข้างบน ตอนผมทำงานใหม่ๆ แล้วกลับไปคุยกับรุ่นน้องผมชอบตอบประมาณว่า ⭐ Start up สิ ได้ทำหลายอย่างเลยนะเว้ย (Generalist) แทนที่เราจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ เอาประสบการณ์ (เลือกงาน) ไปก่อนระยะยาวมันจะคุ้มกว่า มองย้อนกลับไป ไอเด็กคนนั้นที่ตอบแบบนั้นมันก็มีเหตุผลของมัน ผมในตอนนี้ก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ แล้วเคารพการตัดสินใจของมัน กลับมาที่ปัจจุบัน ผมเลิกตอบแบบข้างบนไปละ และผมก็เลิกเชื่อแบบนั้นด้วย แต่ผมมองคำตอบเป็นการวางตัวเลือกมากางให้ดูเลยว่า ถ้าไป A จะได้อะไร จะเสียอะไร ถ้าไป B จะได้อะไร จะเสียอะไร และย้ำกลับไปว่า ภาระแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมไม่รู้หรอกว่า คนที่ถามมี Constraint อะไรบ้าง แต่ถ้าเราได้เป็นคนเลือกเองแล้ว ถึงแม้ว่าทางเลือกนั้นมันจะไม่เวิร์คสำหรับเรา ผมเชื่อว่าสุดท้ายเราจะได้เรียนรู้อะไรกลับมาติดตัวบ้างและจะก่อร่างสร้างตัวเราขึ้นมาได้ในแบบของตัวเราเอง ...

October 18, 2026 · 2 min

Setting up Herdr for agent work: tmux keys, four plugins, and a review loop

I spent a session moving my terminal workflow from tmux to Herdr, a terminal workspace manager built for AI coding agents. This post records what I ended up with: the key bindings, the four plugins I added, what each key does, and the workflows they make possible. The environment is macOS, Ghostty, Neovim 0.12 with LazyVim, Claude Code, and Herdr 0.9.3. What Herdr is, in one paragraph Herdr works like tmux in that a background server keeps your terminals alive when you close the window. It differs in two ways: it is mouse-first, and its sidebar shows the state of every coding agent it detects (working, blocked, done, idle). You run herdr in a project directory, start claude or codex in a pane, and Herdr picks the agent up on its own. ...

October 10, 2026 · 7 min

🧳 The Great Infra Migration: ย้ายบล็อกนี้ออกจาก AWS

บล็อกนี้รันอยู่บนเครื่อง AWS EC2 สองตัวมาตลอด 4 ปีครึ่ง โดยที่ผมแทบไม่ได้กลับไปแตะมันเลย ตัวนึงเป็น t2.micro รัน Ghost เสิร์ฟที่ yothinix.com อีกตัวเป็น t3.nano รัน Plausible ที่ผม self-host ไว้ทำ analytics รวมๆ แล้วค่าบิลอยู่ที่ประมาณ เดือนละ $34 หรือปีละราวๆ $408 เพื่อเสิร์ฟบล็อกส่วนตัวที่มีคนเข้าเดือนละราว 370 ครั้ง วันนึงผมเลยตั้งใจว่าจะจัดการค่าบิลนี้ให้จบ แต่พอไปเปิดดูของจริง สิ่งที่เจอมันแย่กว่าค่าบิลอีกครับ ตัวขั้นตอนจริงๆ ว่าใช้ tool อะไร กดตรงไหน หาอ่านที่ไหนก็ได้ครับ โพสนี้เลยขอเน้นไปที่เหตุผลเบื้องหลังการเลือกแต่ละอย่างมากกว่า ว่าทำไมถึงเลือกอันนี้ ไม่เลือกอีกสามอันที่เหลือ เพราะนั่นคือส่วนที่ผมคิดว่ามีค่าที่สุดเวลากลับมาอ่านเอง อีกเรื่องที่อยากเล่าคือ migration นี้ทำผ่าน Claude Code แทบทั้งหมด ผมแทบไม่ได้พิมพ์โค้ดเอง สำรวจก่อนว่ามีอะไรรันอยู่บ้าง ก่อนจะวางแผนย้าย ผมสร้าง key แบบ read-only ของ AWS ขึ้นมาแล้วนั่งไล่จดสถานะปัจจุบันของสองเครื่องนี้ให้ครบทั้งบ่าย โดยไม่แตะอะไรเลย อยากได้ภาพที่แม่นพอจะเอาไปวางแผนต่อ ไม่ใช่ภาพจากความจำ บล็อกเสิร์ฟจาก apex yothinix.com โดยตั้งใจ ส่วน blog.yothinix.com เป็น CNAME ที่ผมตั้งให้ชี้กลับมาที่ apex ตั้งแต่แรก จุดที่ต้องจดไว้คือ nginx มี vhost ชื่อ blog.yothinix.com อีกตัวที่ proxy ไปยัง port ที่ไม่มีอะไรรันอยู่ เป็น config เก่าที่ตายแล้ว ต้องกันไว้ไม่ให้เผลอยกข้ามมาตอนย้าย Ghost 4.36 รันบน Node 16 ซึ่ง EOL ทั้งคู่ บน Ubuntu 20.04 ที่หมด support ไปแล้วเหมือนกัน uptime ของเครื่อง blog อยู่ที่ 480 วัน คือปีกว่าๆ ที่ไม่เคย reboot ไม่เคย patch เลย ทั้งที่เปิดหน้าออกเน็ต database ของ Ghost เป็น MySQL (blog_yothinix_com_prod บน localhost) เพราะงั้น rescue backup ต้องใช้ mysqldump ไม่ใช่ก็อปไฟล์เดียวจบ ไม่มี backup อะไรทั้งสิ้น ไม่มี cron ไม่มี S3 sync ไม่มี snapshot schedule ตัว EBS volume สองก้อนนั้นคือ copy เดียวของโพสต์ 77 อันกับ analytics 4 ปีครึ่ง ไฟล์ export เดียวที่มีอยู่ในเครื่องคือ Ghost dump จากเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งเก่าไปแล้ว 4 ปี เครื่อง Plausible เก็บ Google OAuth client secret ไว้ใน env file แบบ plaintext ซึ่งถ้าเครื่องหายไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ ต้อง re-issue อย่างเดียว ส่วน Postgres เป็นเวอร์ชัน 12 (EOL) แล้ว password ก็ปล่อยเป็น default postgres ตรงๆ ในบิล AWS มี line item ชื่อ “VPC” ที่ แพงกว่าค่าเครื่องสองตัวรวมกัน พอไล่ดูจริงๆ มันคือค่า public IPv4 address แล้ว audit ก็เจอว่ามี Elastic IP สองอันที่ไม่ได้ผูกกับอะไรเลย เสียเงินปีละราวๆ $88 เพื่ออยู่เฉยๆ ค่าบิลคือสิ่งที่ทำให้ผมเริ่มไปเปิดดู แต่สิ่งที่ทำให้ผมลงมือทำจริงๆ คือเครื่องที่ไม่เคย patch ไม่เคย backup แล้วถือ copy เดียวของทุกอย่างที่ผมเคยเขียนไว้ ...

September 8, 2026 · 8 min

โค้ดที่เราไม่ได้เขียน เขียนขึ้นมาทำไมนะ

วันก่อนครับ เพื่อนร่วมงานผมบอกว่า PR ผมอ่านยากชิบหาย แม่งจริง เพราะว่าฟีเจอร์ที่ผมเปิด PR ไปนั้น ถ้าเป็นสมัยก่อนผมน่าจะใช้เวลาทั้งอาทิตย์แต่รอบนี้คือผมใช้เวลาแค่บ่ายวันเดียวกับ Agent ก็เสร็จ ผมยัดทุกอย่างลง PR ด้วยความภาคภูมิใจกับความสามารถในการคุม Agent ของผมทั้ง Spec ทั้ง Implementation เป็นร้อยๆ บรรทัด พอส่งให้รีวิว เพื่อนร่วมงานผมบอกว่า มันลำบากมากในการทำความเข้าใจโค้ด หรือไล่โค้ดอย่างเป็นระบบ เพราะว่ามันจะมี Spec หรือคำอธิบายที่ Agent เติมแต่งขึ้นมานอกจากโค้ดมาทำให้ไขว้เขว มาขัด Flow ในการทำความเข้าใจอยู่เรื่อยๆ สิ่งที่พังจริงๆ หลังจากผ่านมาซักพักใหญ่ ผมว่าผมเริ่มเข้าใจละว่ามันเกิดอะไรขึ้น และผมสามารถพูดได้เต็มปากว่า ต้นทุนในการผลิตโค้ดมันลดลงจนแทบไม่เหลือ แต่ต้นทุนในการทำความเข้าใจมันไม่ได้ถูกลงเลย ทุกๆ Practice ที่เราถูกสอนกันมา ถูกสร้างมาสำหรับโลกที่ “การเขียนโปรแกรม” คือส่วนที่แพงที่สุด ถูกสร้างจากสมมติฐานว่าโค้ดเกิดขึ้นได้เพราะผ่านการคิดมาแล้ว ในอดีตการคิดนั้นถูกส่งต่อผ่าน Code Review ที่ซึ่งคนในทีมจะได้ถ่ายทอดการเรียนรู้ให้กัน แต่พอปริมาณโค้ดที่ผลิตมีมากขึ้นเกินกว่าที่คนๆ หนึ่งจะรับไหว สิ่งนั้นแหละที่ทำให้เกิดช่องว่างทางการเรียนรู้ และมันขยายใหญ่ขึ้นมากเรื่อยๆ สิ่งที่ผมลองทำ พอผมรู้ตัวว่า PR ผมมันปนกันระหว่าง Spec กับ Implementation การทดลองแรกผมเลยลองแยก Spec ออกมาเป็น PR หนึ่ง ตามด้วย Implementation ออกมาเป็นอีก PR หนึ่งที่ Stack อยู่บน PR แรกอีกที ถ้าเพื่อนร่วมงานผมไม่สนว่า ผมสั่ง Agent ผ่าน Spec ยังไงบ้าง เค้าก็แค่ Skip PR แรกไปดูโค้ดเองได้เลย ...

August 12, 2026 · 2 min

The Deception of Indirection

We can solve any problem by introducing an extra level of indirection Developer หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับ Theorem ข้างบนมาบ้างจาก Fundamental theorem of Software Engineering (FTSE) ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะเห็นด้วย เพราะมันฟังดูเข้าใจง่ายมาก แค่เพิ่ม Interface หรือ Wrapper ขึ้นมาแค่นั้น แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปมาก เพราะส่วนใหญ่ Developer เราจะสับสนระหว่าง Abstraction กับ Indirection ถ้าไม่ระวังให้ดี และไอความสับสนนี่แหละที่ทำให้ code เราเปลี่ยนจาก clean ๆ กลายเป็น Spaghetti ได้เลย Abstraction vs Indirection ความเข้าใจผิดมากที่สุดของเรื่องนี้คือ การที่คิดว่าสองสิ่งนี้มันเป็นสิ่งเดียวกัน เรามาลองดูนิยามมันคร่าวๆ ของสองสิ่งนี้กันครับ Abstraction is about “What” ตัว Abstraction ทำหน้าที่เป็นสัญญา ที่ซ่อนความซับซ้อน (complexity) ของการทำงานหนึ่งๆ ทุกครั้งที่เราใช้ Interface เป็นการบอกว่า “เราไม่สนนะว่าข้างในมันจะทำงานยังไง ตราบใดที่มันยังทำงานได้ตามกรอบที่เราวางไว้” เรียกว่าเป็นมุมมองแบบ Passive ก็ได้ Indirection is about “Where” ในส่วนของ Indirection สามารถอธิบายได้ง่ายๆ ว่าเป็นป้ายบอกทางมากกว่า โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (middleman) คอยบอกว่าให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวานะ ตาม Action ที่ได้รับมา หรือมองในอีกมุมของเป็นการตอบรับแบบ Active ครับ อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ Indirection แตกต่างจาก Abstraction อย่างชัดเจนคือการต้องมี Registry ครับ ยกตัวอย่างกลับไปที่ Analogy ของป้ายบอกทางก็ได้ ถ้าเราอยู่ที่ 3 แยก มันต้องมีคนมาเขียนป้ายบอกว่า ถ้าเลี้ยวซ้ายไปไหน ถ้าเลี้ยวขวา แล้วจะไปถึงไหน นั่นแหละครับการ Registry ซึ่งนี่เป็นหลักการพื้นฐานไม่ต่างจากการที่เรามี DNS Resolver (เชื่อมระหว่าง Domain -> IP) หรือ built-in Python method อย่าง getattr() (เชื่อม String -> class method) ทุกอย่างมีราคา ย้อนกลับไปที่ FTSE ข้างบนครับ จริงๆ แล้วมันไม่จบแค่นั้น มันยังมีครึ่งหลังที่คนไม่ค่อยรู้อยู่ กล่าวไว้โดย David Wheeler ว่า ...

March 28, 2026 · 1 min

Review: DeepLearning.AI Data Engineering Professional Certificate

วันที่ 29 ธันวาที่ผ่านมาผมเพิ่งเรียนจบ DeepLearning.AI Data Engineering Professional Certificate มาครับ เป็น Coursera Specialization ตัวที่ 2 ในชีวิต หลังจากได้ตัวแรก Developing Application with Google Cloud เมื่อหลายปีมาแล้ว แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเก็บเป็น Specialization อะไรหรอกครับ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้คือ ผมรู้จัก Joe Reis จากหนังสือ Fundamentals of Data Engineering มาก่อนหน้านี้แล้วกับ Subscribe newsletter ของเค้าด้วย พอช่วงประมาณเดือนสิงหาถ้าผมจำไม่ผิดนะ อาจารย์ Andrew Ng เปิดตัวเว็บ deeplearning.ai ขึ้นมา แล้วผมก็เหลือบไปเห็นคอร์ส Data Engineering ในนั้นมาว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ แถมสอนโดย Joe Reis อีก ผมรอจนถึงเวลาเปิดตัวแล้วเค้าก็เลื่อนเปิด จนช่วงปลายๆ เดือนกันยาถึงเปิด ผมก็เริ่มเรียนตั้งแต่วันแรกเลย อาจารย์ Joe Course Format ตัวคอร์สนี้จั่วหัวว่า Specialization สำหรับคนที่ไม่เคยเรียน Coursera ตัว Specialization หมายความว่าจะเป็นชุดคอร์สที่จะประกอบไปด้วยคอร์สย่อยๆ หลายคอร์ส ถ้าเรียนจบครบทุกตัว นอกจากเราจะได้ Certificate ของแต่ละคอร์สแล้ว เราจะได้ตัว Cert Specialization เพิ่มอีกด้วยครับ ซึ่งโดยตัว Specialization เองสามารถมองเป็น Learning Path ได้ด้วย เพราะจากประสบการณ์ผมแต่ละคอร์สที่เรียงมาให้จะ support ความรู้ให้เราต่อยอดใน Course ถัดๆ ไปได้ครับ ...

December 31, 2024 · 5 min

ผมไปตรวจ VO2 Max มาครับ แล้วมันดีมากๆ

ขอย้อนความก่อน ถ้าใครสนใจแค่เรื่องการตรวจ VO2 Max จะข้ามส่วนนี้ไปเลยก็ได้ครับ ต้องย้อนไปว่าปีนี้ผมกลับมาวิ่งแล้วครับ หลังจากหยุดวิ่งจริงจังไปหลายปีมากๆ แล้วผมจะมีความคาใจอยู่นานตั้งแต่สมัยวิ่งไปถึง Half Marathon แล้วว่าผมไม่สามารถวิ่งยาวๆ จนจบได้เลย แต่เป็นวิ่งสลับเดินมาตลอด ถึงแม้จะพยายามเก็บระยะ จะพยายามซ้อมตามตารางแล้วก็เถอะ จนกลับมาวิ่งรอบนี้ผมตั้งเป้าหมายง่ายมาก (น่าจะง่ายแหละ) คือขอแค่วิ่งยาวๆ จบ ไม่ต้องหยุดเดินตามระยะที่ต้องการได้ก็พอ ทีนี้พอเข้าโปรแกรมซ้อมกับนาฬิกา สิ่งที่ค้นพบหลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์คือ ผมกลับมา Loop เดิมคือยังวิ่งตามโปรแกรมซ้อมจนจบไม่ได้ Pace ลั่น จนหมดแรงแล้วก็เดินอีกแล้ว จนเริ่มเรียนรู้ที่จะคุม Pace ให้เป็นซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนมาก เพราะผมเริ่มวิ่งได้ไกล ได้นานขึ้นเรื่อยๆ แล้วพัฒนาการมันเพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้ แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 3/4 ของโปรแกรมมันก็ถึงจุดที่ผมกลับมาคาใจอีก ผมเริ่มที่จะรู้สึกว่า Hit-the-wall เหมือนมีกำแพงที่ข้ามไปไม่ได้คือไป Pace ที่ต้องการไม่ได้ซักที อีกจุดที่คาใจคือ เริ่มรู้สึกว่านาฬิกามันโชว์ Heart Rate Zone แปลกๆ เวลาวิ่งคือไป Zone 3-4 ทั้งๆ ที่ผมรู้สึกว่าเอะ มันก็ยังไม่เหนื่อยนี่หว่า แต่บางวัน Zone 4 ก็เหนื่อยมากๆ เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติละ จังหวะนั้นคือเริ่มมองหาตัวช่วยละ เลยไปเจอใน The Running Channel ว่ามันมีตรวจอะไรแบบนี้ด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเลยมาเจอของไทยมีหลายที่เลย แต่ผมเจอของ Health Performance Team กับคุณหมอแอร์ที่เป็นนักกีฬาด้วย เลยตัดสินใจนัดเลย ...

October 13, 2024 · 3 min

แชร์ประสบการณ์การเดินทางสู่ DIY Car Detailer ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

ผมมีรถของตัวเองได้ตอนนี้ก็เกือบๆ จะครบหนึ่งปีละครับ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนอกจากขับมันคือการดูแลรักษามันครับ แล้วไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่โตมาจนอายุ 30 กว่าเนี่ย ไม่เคยต้องช่วยพ่อแม่ล้างรถที่บ้านเลย เลยกลายเป็นว่าผมไม่รู้ว่าวิธีล้างรถที่ถูกต้องมันคือยังไง แต่แรกสุดเลยเนี่ยผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะล้างเองหรอกครับ ผมก็เหมือนกับทุกๆ คนคือ คิดไว้ว่าจะเข้าร้าน Car care ใช้เงินแก้ปัญหาให้คนจัดการให้ สิ่งที่ผมทำก็คือ ผมทักไปหาเพื่อนรักผมคนนึงว่า ผมจำได้แม่นเลยว่า ผมเกือบละ เกือบจะเข้าวงจรร้านล้างรถอัตโนมัติละ ที่เราแค่ขับเข้าไปในสายพาน แล้วปล่อยให้มันฉีดน้ำกับปั่นๆ ให้จนเสร็จ ผมจำได้ว่าจอดต่อคิวอยู่หน้าร้านแถวบ้านอยู่ประมาณ 5 นาที แล้วผมก็ทำการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งนึงในชีวิตคือ ผมเลือกที่จะไม่รอแล้วขับกลับบ้านไปเลย ที่ผมบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตเพราะหลังจากนั้นผมเลยได้รู้จักคำว่า รอยขนแมว หรือ Scratch & Swirl ครับมันคือ รอยข่วนเล็กๆ ในชั้นแลกเกอร์ซึ่งมองผ่านๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ามันสะสมนานๆ เข้าตัวนี้แหละครับที่จะไปหักเหแสงที่ตกกระทบผิวสีรถ แล้วทำให้รถไม่เงา ซึ่งการล้างรถโดยการพารถไหลผ่านเครื่องให้มันปั่นอัตโนมัติให้เนี่ย ตัวสร้างรอยขนแมวชั้นดีเลย ผมเป็นชาว Chemical Guys หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ผมเริ่มศึกษาครับ ซึ่งผมเคยเล่าไปแล้วบางส่วนในบล็อก มือสมัครเล่นเมธอด ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ลองไปดูได้ ในช่วงแรกๆ ผมมีเพื่อนอยู่ 2 คนครับที่ทำให้ผมรู้จักวิธีการล้างรถที่ถูกต้องสองคนนั้นชื่อว่า Joey กับ Henry จากช่อง Chemical Guys ครับ เพื่อนโจอี้ เพื่อนเฮนรี่ ...

November 4, 2023 · 3 min

Working how to work

💡 TL;DR How I utilize Notion for everyday work จะนับว่าบล็อกนี้เป็นภาคต่อ ของต่อของต่อของซีรีย์บล็อกที่ผมเล่าว่าใช้ Bullet Journaling ยังไงมาตลอดหลายปีก็ได้ แล้วผมใช้ System นี้มาตั้งแต่ประมาณช่วงปลายปี 2021 จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้มันจะมีการปรับเปลี่ยนรูปมาเรื่อยๆ แต่มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่า มันช่วยผมจำและทำงานได้ดีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และแม้กระทั่งบล็อกนี้เองก็เขียนอยู่บน Notion เป็น First draft เช่นกัน First Version ต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้าจะมาอยู่บนนี้เป็นยุคที่ผม Hybrid อยู่บน Notion + Physical Notebook มาก่อน แต่ปัญหาหลักที่เจอคือ พอมันต้องแยกสองโลก ชีวิตจะเริ่มหาของยากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ผมจะเคยเชื่อว่าเราควรจะอยู่ในโลก Physical แต่ด้วยธรรมชาติของงาน Software ต้องอยู่บนคอมพิวเตอร์เกือบตลอด ต้องเก็บลิ้งค์หรือ Code snippet มันเลยทำให้ไม่สามารถไปใช้สมุดได้เต็มตัว จนถึงจุดนึงผมยอมแพ้แล้วย้ายกระบวนการในสมุดมาอยู่ใน Notion ทั้งหมด ด้วยความที่ทีมที่ผมทำงานด้วยยังอยู่บนรอบ Sprint เพราะฉะนั้นการแบ่ง Section หลักๆ จะยังเป็น Sprint based อยู่ แต่จะมี Highlight ว่าวันไหนเป็นวันหยุดด้วยการเปลี่ยนวันเป็นสีแดงไว้ด้วย แต่ก็จะมีความใช้ practices ของ Bullet Journaling อยู่คือเขียนวันของทั้งเดือนลงมาเลยทั้งหมดในหน้าเดียว วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของทั้งเดือนว่ามันมี Event อะไรบ้าง แล้วสิ่งที่ Notion มาช่วยเติมเต็มการทำ bullet journaling คือการที่เราสามารถ Merge ตัว Monthly Log กับ Daily Log เข้าด้วยกันได้แบบแนบเนียนมาก โดยการใช้ Toggle List ครับ ...

March 12, 2023 · 3 min

มือสมัครเล่นเมธอด

จุดเริ่มต้นของบล็อกนี้มันมาจากรูปข้างบนครับ มันเป็นประโยคที่แฟนผมถามวันนั้นแล้วทำให้ผมคิดอะไรได้บางอย่าง คือต้องบอกว่าผมเป็นคนที่มีงานอดิเรกผ่านมา แล้วผ่านไปในชีวิตเยอะมาก ลองไล่ๆ ดูเอาเฉพาะไม่กี่ปีมานี้ตั้งแต่ Skateboard, Flight Sim, Racing Sim, Keyboard, PC Building, เรื่อยมาจนถึง Car Detailing คือมันเยอะมาก แล้วพอมามองย้อนดูดีๆ ผมสังเกตุเห็นรูปแบบของการเรียนรู้ของตัวเองชัดมาก เดี๋ยวผมจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง Passion มันบังคับกันไม่ได้ จั่วหัวอย่างแรกเลยวิธีนี้ใช้กับเรื่องที่เป็นความอยากจาก External Factor ไม่ได้ หรืออย่างน้อยก็สำหรับผมนะ ความอยากจาก External Factor ยกตัวอย่างเช่น จะไปสอบ Something หรือเป็นสิ่งที่คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเราเองสั่งมาเช่น “พี่อยากได้ … ไปดูมาให้หน่อย” อะไรแบบนี้เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุเห็นได้ชัดจากประสบการณ์ตัวเองคือ ของที่เราจะเรียนรู้ได้ยาวนานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย มันต้องเป็นของที่ผุดขึ้นมาจากความอยากรู้ อยากทำด้วยตัวเองจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น “ผมอยากให้รถของผมมันดูเงาเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา” หรือ “ผมอยากจะทำ Kickflip ให้ได้ซักครั้ง” ความอยากที่ชัดเจนจากภายในตัวเองแบบนี้มันจะโผล่มาแว็บๆ ตลอดเวลาครับ สิ่งที่มันต่างจาก “ความอยาก” อื่นๆ คือมันกลับมาในใจมากกว่าหนึ่งครั้ง บางทีมันเกิดจากความอยากทำแต่จังหวะ มันไม่ได้ แล้วพอเหมือนจังหวะมันจะมาอีกแล้วมันกลับมาอีกรอบ แสดงว่า “ความอยาก” นั้นมันมีความแข็งแรงพอที่จะไปต่อละ รู้ว่าเราชอบเรียนแบบไหน ผมเป็นคนเกลียดการอ่านหนังสือสอบครับ ผมนับครั้งในชีวิตได้เลยว่าผมอ่านหนังสือก่อนสอบแบบจริงๆ จังๆ กี่ครั้ง หลายครั้งในชีวิตผมจะลงเองด้วยการเล่นเกมในคืนก่อนสอบ แล้วไปอ่านเอาหน้าห้องเอา แต่ผมค้นพบมานานแล้วว่าผมชอบโมเม้นตอนกำลังเรียนอยู่มากสุด แล้วผมจำไม่ได้แล้วว่าผมได้ยินประโยคนี้มาจากใคร แต่มันยึดติดเป็นหลักชีวิตผมมานานมากว่า “ถ้าตลอดทั้งเทอมไม่ตั้งใจเรียน แล้วมาตั้งใจอ่านหนังสือแค่วันก่อนสอบ มันจะมีประโยชน์อะไร” (disclaimer: ผมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนตลอดหรอก แต่ผมสนุกตอนเรียนเยอะอยู่) ...

March 4, 2023 · 2 min